ทุกวันนี้ครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในการทำธุรกิจ มาจากการตลาดที่มีประสิทธิภาพเนี่ยแหละครับ ซึ่งหนึ่งในการตลาด
ที่ได้ผลดีที่สุดก็คือ การทำโปรโมชันลดราคานั่นเอง เพราะมันจะช่วยให้ผู้คนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว และรู้สึกว่าคุ้มค่าจนน่าจับตามอง
แต่เพราะการตลาดในรูปแบบนี้ ถ้าทำบ่อยๆ แบรนด์ของเราก็จะดูไม่ขลังและไม่น่าใช้บริการในยามปกติอีกต่อไป
มีตัวอย่างให้เห็นอยู่หลายๆ เจ้า ที่เอะอะก็ลดราคาสร้างแรงกระเพื่อม จนสุดท้ายคนเริ่มคุ้นชินกับการลดราคา จนไม่ซื้อสินค้าชิ้นนั้นในราคาปกติอีกเลย
ดังนั้นสำหรับคนที่อยากจะใช้กลยุทธ์ Sale Promotion กระตุ้นการขาย ก็อย่าลืมตอบคำถาม 5 ข้อนี้ไว้ด้วยนะครับ
1. ทำ Sale Promotion เพราะอะไร
คำถามแรกคือ เราทำการตลาดแบบนี้เพราะอะไร ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดนั้น ต้องชัดเจนตั้งแต่จุดประสงค์
ไปยันกระบวนการ ถ้าคุณตั้งเป้าหมายไว้ว่า เพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือเพื่อระบายสินค้าออก ทีนี้ก็จะเกิดคำถามขึ้นตามมาว่า การทำการตลาดแบบนี้ คุ้มค่าที่สุดแล้วใช่ไหม เพราะมันยังมีการตลาดรูปแบบอื่น อีกมากมายที่จะช่วยให้ส่งผลดีได้มากกว่าการตลาดแบบ Sale Promotion แต่นั่นขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ
2. คุณต้องการโละสต็อกสินค้าที่เหลือใช่ไหม?
มาถึงคำถามที่ว่า แล้วการตลาดแบบ Sale Promotion เหมาะที่จะใช้ช่วงไหนกันแน่ ซึ่งคำตอบคือ เมื่อคุณต้องการที่จะ
โละสินค้า หรือล้างสต็อกสินค้านั่นเอง หากสินค้าชิ้นไหนที่ขายไม่ดี มีแนวโน้มที่จะขายไม่ออก คุณสามารถนำมาลดราคา
เพื่อเรียกเสียงฮือฮาได้ทันที โดยเทคนิคง่ายๆ ของการทำ Sale Promotion นั่นคือ การเขียนราคาเซลด้วยสีแดง มีการขีดทับราคาเก่าไว้ และเขียนราคาใหม่ตัวใหญ่ๆ และสามารถนำสินค้าเหล่านี้ มาจัดแพ็กรวมขายในราคาถูกได้อีกด้วย
3. อยากจะทำโปรโมชันกับใคร
สิ่งนี้สำคัญนะครับว่า จะทำโปรโมชันกับใคร เพราะกลุ่มเป้าหมายปกติของเรา เค้าอาจจะไม่ชื่นชอบสินค้าที่เรากำลัง
นำมาลดราคา เพราะถ้าชอบจริงก็คงซื้อแต่แรก และไม่ปล่อยให้เหลืออยู่แบบนี้ ดังนั้นคุณต้องมองหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเดิม หลายคนทำการเซลกับลูกค้ากลุ่มเดิมๆ ซึ่งโอกาสที่จะได้ผลมีน้อยลง เพราะถ้าเค้าสนใจคงซื้อไป
ตั้งนานแล้ว ดังนั้นให้ลองโปรโมตผ่านกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ดู เพราะนั้นอาจจะทำให้คุณมีโอกาสขายออกได้ไวมากขึ้น
4. จะจัดโปรโมชันนานแค่ไหน
อย่าลืมถามตัวเองนะครับว่า คุณจะทำโปรโมชันนี้ไปอีกนานแค่ไหน เพราะถ้าทำนานเกินไป ลูกค้าก็จะรู้สึกว่า
ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อก็ได้ และพานให้ลืมหรือไม่น่าสนใจไปในทันที แต่ในทางกลับกัน หากทำช่วงเวลาน้อยเกินไป ก็อาจจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไม่ทัน และทำให้จบลง โดยที่ยังไม่มีคนซื้อเช่นกัน ดังนั้นจะจัดโปรโมชันนานแค่ไหน ต้องสังเกต
อีกทีนึง ซึ่งระยะเวลาที่น่าสนใจคือ ช่วง 3-7 วันนั่นเอง และอย่าลืมสร้าง Call to Action กระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความรู้สึก
ส่วนร่วมด้วยนะครับ
5. ให้ความสำคัญกับลูกค้าเก่าแล้วหรือยัง
ถึงแม้จะบอกว่าสินค้าที่ลดราคานี้ จะไม่ถูกใจกับลูกค้าเก่า เพราะถ้าชื่นชอบเขาอาจจะซื้อไปตั้งนานแล้ว แต่คุณก็อาจจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยการจูงใจให้ลูกค้าเก่า กลับมาใช้บริการอีกครั้งได้เช่นกัน ด้วยการทำโปรโมชันพิเศษ เฉพาะลูกค้าเก่าอีกต่อหนึ่ง เช่น เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบ 3 ชิ้น สามารถแลกรับของกำนัลฟรี 1 อย่าง เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้คุณยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้ พร้อมๆ กับสร้างฐานลูกค้าใหม่ แถมช่วยให้ Sale Promotion ครั้งนี้หมดไวขึ้นด้วย