6 ล้านฝาขวดนม กลายเป็นโต๊ะเรียน 200 ชุด บทเรียนธุรกิจจากขยะที่ไม่มีใครมองเห็นมูลค่า
ฝาขวดนมพลาสติกเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่โยนทิ้งลงถังขยะโดยไม่คิดอะไร แท้จริงแล้วคือวัตถุดิบที่มีมูลค่าซ่อนอยู่ นี่คือสิ่งที่ ซีพี-เมจิ พิสูจน์ให้เห็นผ่านโครงการ “ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น” ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด From Caps to Classrooms ที่เก็บฝาขวดนมเมจิได้กว่า 6 ล้านฝา น้ำหนักรวม 7,000 กิโลกรัม แล้วแปลงเป็นโต๊ะ และเก้าอี้นักเรียน 200 ชุด มอบให้โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปี 2568 สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจในเชิงธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ “ขยะ” กลายเป็น “วัตถุดิบ” ได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม ฝาขวดพลาสติกชนิด HDPE ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทานเป็นพิเศษ ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจนกลายเป็นแผ่นพลาสติกขนาด 100×100 เซนติเมตร น้ำหนักราว 12-13 กิโลกรัมต่อแผ่น โดยแต่ละแผ่นสามารถผลิตโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนได้ถึง 2 ชุด ที่สำคัญ คือวัสดุนี้มีความทนทานกว่าวัสดุประเภทไม้อัดที่ใช้กันทั่วไป ส่วนเศษพลาสติกที่เหลือจากการตัดขึ้นรูปก็ยังถูกรวบรวมกลับเข้าสู่กระบวนการหลอม และขึ้นรูปใหม่อีกครั้ง แทบไม่มีของเสียหลงเหลือจากกระบวนการผลิตเลย […]
BUSINESS ![]()
6 ล้านฝาขวดนม กลายเป็นโต๊ะเรียน 200 ชุด บทเรียนธุรกิจจากขยะที่ไม่มีใครมองเห็นมูลค่า
ฝาขวดนมพลาสติกเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่โยนทิ้งลงถังขยะโดยไม่คิดอะไร แท้จริงแล้วคือวัตถุดิบที่มีมูลค่าซ่อนอยู่ นี่คือสิ่งที่ ซีพี-เมจิ พิสูจน์ให้เห็นผ่านโครงการ “ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น” ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด From Caps to Classrooms ที่เก็บฝาขวดนมเมจิได้กว่า 6 ล้านฝา น้ำหนักรวม 7,000 กิโลกรัม แล้วแปลงเป็นโต๊ะ และเก้าอี้นักเรียน 200 ชุด มอบให้โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปี 2568 สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจในเชิงธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ “ขยะ” กลายเป็น “วัตถุดิบ” ได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม ฝาขวดพลาสติกชนิด HDPE ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทานเป็นพิเศษ ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจนกลายเป็นแผ่นพลาสติกขนาด 100×100 เซนติเมตร น้ำหนักราว 12-13 กิโลกรัมต่อแผ่น โดยแต่ละแผ่นสามารถผลิตโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนได้ถึง 2 ชุด ที่สำคัญ คือวัสดุนี้มีความทนทานกว่าวัสดุประเภทไม้อัดที่ใช้กันทั่วไป ส่วนเศษพลาสติกที่เหลือจากการตัดขึ้นรูปก็ยังถูกรวบรวมกลับเข้าสู่กระบวนการหลอม และขึ้นรูปใหม่อีกครั้ง แทบไม่มีของเสียหลงเหลือจากกระบวนการผลิตเลย […]
Jago Coffee กาแฟไม่มีหน้าร้าน ใช้รถเข็นไฟฟ้า แต่มูลค่าธุรกิจทะลุ 46 ล้านดอลลาร์
ในเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ตลาดกาแฟยังถูกครองโดยกาแฟสำเร็จรูปสูงถึง 90% เพราะกาแฟคุณภาพดีในร้านทั่วไปมีราคาที่คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง Yoshua Tanu อดีตรองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ มองเห็นช่องว่างนี้ และร่วมกันก่อตั้ง “Jago Coffee” ขึ้นในปี 2020 ด้วยแนวคิดที่ต่างไปจากร้านกาแฟทั่วไปอย่างสิ้นเชิง คือไม่มีหน้าร้านถาวรเลยแม้แต่สาขาเดียว แรงบันดาลใจของ Jago Coffee มาจากรถเข็นกาแฟแบบดั้งเดิมที่คนอินโดนีเซียเรียกว่า “Starling” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการขายเครื่องดื่มร้อนแบบเร่ขายที่คุ้นเคยกันมานาน ทีมผู้ก่อตั้งจึงนำแนวคิดนี้มาผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปรับรถเข็นให้เป็นรถเข็นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมระบบสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน กลายเป็นโมเดล “Coffee-on-Wheels” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอินโดนีเซียดั้งเดิมไว้อย่างชาญฉลาด หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์แข่งขันด้านราคาได้ดีกว่าร้านกาแฟทั่วไป คือการตัดต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ซึ่งเป็นภาระที่หนักที่สุดของธุรกิจร้านกาแฟแบบดั้งเดิมออกไปทั้งหมด แทนที่จะรอให้ลูกค้าเดินเข้าร้าน แต่กลับเลือกนำรถเข็นเข้าไปหาลูกค้าถึงในย่านที่พักอาศัยโดยตรง ลูกค้าสามารถเดินไปสั่งและรับกาแฟที่รถเข็นได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที หรือเลือกให้จัดส่งถึงที่ภายใน 15 นาที แน่นอนว่าด้วยโครงสร้างต้นทุนที่เบากว่าร้านกาแฟทั่วไปมาก ทำให้บริษัทสามารถขายกาแฟคุณภาพระดับบาริสต้าในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ปิดช่องว่างระหว่างกาแฟสำเร็จรูปราคาถูกกับกาแฟพรีเมียมราคาแพงได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจ ไม่แพ้กับสตาร์ทอัพระดับโลก โดยการพัฒนาโมเดล Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งช่วยตัดสินใจว่าควรส่งรถเข็นไปประจำจุดไหน ในช่วงเวลาใด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด […]
ขายดีจนเจ๊ง! บทเรียน 15 ปีของ Dakgalbi ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งในไทย
ท่ามกลางกระแส K-Wave ที่กำลังเติบโตในไทยเมื่อกว่า 15 ปีก่อน คุณสถาพร วณิชวรพงศ์ และพี่ชาย ร่วมกันก่อตั้งร้านอาหารเกาหลีสไตล์ผัดกระทะร้อน “Dakgalbi” ภายใต้บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด สาขาแรกเปิดตัวที่สยามสแควร์ด้วยจุดขายที่แตกต่างจากร้านเกาหลีทั่วไป คือมีพนักงานมาบริการผัดอาหารให้ถึงโต๊ะแบบกระทะร้อน สร้างประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำ จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และขยายสาขาไปได้มากถึง 12 สาขา ตามศูนย์การค้าใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งสยามสแควร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว และเทอร์มินอล 21 จุดเปลี่ยนมาอยู่ในปี 2562 แบรนด์เริ่มพบปัญหาเรื่องอัตราการหมุนเวียนโต๊ะที่ช้า และต้นทุนค่าเช่า-ค่าแรงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รีแบรนด์เป็น “DGB” ที่ลิโด้ คอนเนคท์ เพื่อให้ดูทันสมัยและให้บริการที่กระชับขึ้น แต่ยังไม่ทันตั้งตัวดี วิกฤตโควิด-19 ก็มาซ้ำเติมธุรกิจร้านอาหารประเภททานในร้านอย่างหนัก จนต้องทยอยปิดสาขาทีละแห่งในช่วงปี 2565-2566 กระทั่งปิดตัวลงทั้งหมดในที่สุด สิ่งที่น่าสนใจคือ Dakgalbi ไม่ได้ปิดตัวเพราะขายไม่ดี แต่ตรงกันข้าม คุณสถาพรยอมรับตรงไปตรงมาว่าปัญหาที่แท้จริงคือ “ขายดีจนเจ๊ง” หรือ “โตจนเจ๊ง” เพราะไม่ได้คำนวณต้นทุนให้รอบคอบตั้งแต่ต้น เน้นขยายสาขาเร็วเกินไปจนควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ทัน […]
Speed Queen by VJ Group เมื่อการซักผ้ากลายเป็นธุรกิจที่คาดการณ์รายได้ได้
ในยุคที่คนเมืองมีเวลาน้อยลงทุกวัน แต่ยังต้องซักผ้าให้สะอาดอยู่เสมอ ธุรกิจร้านสะดวกซักจึงกลายเป็นหนึ่งในโมเดลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ได้ตรงจุด ทั้งคนที่อยู่คอนโดไม่มีพื้นที่ตากผ้า คนที่ไม่มีเวลาซักผ้าเอง หรือแม้แต่ครอบครัวที่ต้องการซักผ้าผืนใหญ่อย่างผ้าห่ม และผ้านวมที่เครื่องซักที่บ้านทำไม่ได้ ความต้องการเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือกระแสความนิยม แต่เป็นความต้องการพื้นฐานที่มีอยู่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้ธุรกิจร้านสะดวกซักมีจุดเด่นสำคัญคือรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนและคาดการณ์ได้ ต่างจากธุรกิจอื่นที่อาจผันผวนตามกระแสหรือฤดูกาล หนึ่งในผู้เล่นที่น่าสนใจในตลาดร้านสะดวกซักไทยคือ Speed Queen by VJ Group ที่เริ่มต้นธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2017 จากจุดเล็กๆ ในการนำเครื่องซักผ้าไปติดตั้งในหอพักนักศึกษา ก่อนขยายตัวจนกลายเป็นเครือข่ายร้านสะดวกซักกว่า 1,700 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน จุดที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาดคือการใช้เครื่องซัก และอบผ้า Speed Queen ซึ่งเป็นนวัตกรรมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับระบบบริหารจัดการร้านที่ครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม Quantum Gold ที่ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถตั้งราคา วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานลูกค้า ตรวจสอบสถานะเครื่องจักร และบริหารจัดการร้านได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องมีพนักงานประจำร้าน อีกทั้ง VJ Group ยังชูคือการเป็นธุรกิจเงินสด ลูกค้าต้องจ่ายเงินก่อนใช้บริการทุกครั้ง เจ้าของร้านจึงไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สูญหรือปัญหาสภาพคล่อง อีกทั้งยังเป็นโมเดลที่ไม่ต้องมีสต็อกสินค้าเหมือนธุรกิจค้าปลีกทั่วไป ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการลงไปมาก เริ่มต้นลงทุนเท่าไหร่ สิ่งที่ทำให้ Speed […]
ถอดวิธีคิด ‘Never Enough’ แบรนด์สินค้าสุขภาพที่ตั้งใจให้คนไทยเข้าถึงง่าย
ลองนึกภาพว่ามีคนกำลังเริ่มดูแลสุขภาพ สิ่งแรกที่นึกถึงคือ “กินผักเพิ่ม” และจานผักสลัดก็กลายเป็นเมนูหลักในทุกมื้อ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป นั่นคือ “น้ำสลัด” ที่ราดลงไปนั้น อาจเต็มไปด้วยน้ำตาลและไขมันสะสมมากกว่าที่คิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Never Enough แบรนด์อาหารสุขภาพสัญชาติไทยที่เกิดขึ้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมคนที่อยากดูแลสุขภาพถึงต้องเข้าถึงของดีได้ยากขนาดนี้?” คุณปวิตร คงพร้อมพงศ์ OPERATION DIRECTOR แบรนด์ Never Enough เล่าถึงที่มาของธุรกิจว่าหลายคนอาจไม่รู้ว่าเบื้องหลังแบรนด์ Never Enough คือโรงงานผลิตสินค้าสุขภาพที่มีประสบการณ์ยาวนาน โดยรับผลิตสินค้าในกลุ่มแม่และเด็ก อาหารผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ในรูปแบบ OEM และ ODM ให้กับคู่ค้ามากกว่า 70 แบรนด์ จากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าสุขภาพที่สะสมมาตลอด บวกกับการเรียนรู้มาตรฐานและนวัตกรรมจากคู่ค้าหลากหลายเจ้า คือทุนสำคัญที่ทำให้พวกเขามั่นใจพอจะลุกขึ้นสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง “เรามีความเชี่ยวชาญตรงนี้และอยากจะทำสินค้าให้คนกลุ่มทั่ว ๆ ไปเข้าถึงสินค้าสุขภาพได้มากขึ้น” นั่นคือปณิธานที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งแบรนด์” คุณปวิตร เล่าต่อว่า Never Enough ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแส Health & […]
วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด จ.เชียงราย นำภูมิปัญญาสมุนไพรมาสร้างมูลค่า
วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด ในจังหวัดเชียงราย กำลังเดินหน้าเกมของตัวเองอย่างเงียบๆ แต่มีพลังด้วยการผสานภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีนาโนจากมหาวิทยาลัย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่คนยุคนี้กำลังเผชิญอยู่ ทางวิสาหกิจชุมชนทำงานร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ยกระดับวัตถุดิบธรรมชาติให้มีมาตรฐาน อย. และนวัตกรรมเชิงวิทยาศาสตร์รองรับ โดยสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวสินค้า แต่คือโมเดลความคิดที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งกลุ่มชุมชนเลือกไม่แข่งกับสินค้าราคาถูกในตลาดทั่วไป แต่เลือกเดินเข้าหา “มูลค่า” ด้วยการผสมสองสิ่งที่ดูเหมือนอยู่คนละขั้ว คือ รากเหง้าของภูมิปัญญา กับนวัตกรรมจากห้องแล็บ ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุดออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของคนทำงานโดยเฉพาะ สำหรับสินค้าเด่น คือ ‘พิมเสนเกสรทั้งห้า’ ที่สกัดจากดอกไม้มงคล 5 ชนิดตามภูมิปัญญาไทยโบราณ ได้แก่ มะลิ, พิกุล, บุนนาค, สารภี และบัวหลวง เน้นกลิ่นที่หอมสดชื่น ช่วยให้จิตใจโปร่ง ลดความกดดันระหว่างวัน นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่น่าสนใจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘วิมุตติ’ ครีมบำรุงผิวอเนกประสงค์สารสกัดสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยไทย วิสาหกิจชุมชนอย่างกลุ่ม ‘ท่าสุด’ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถ้ามีวัตถุดิบที่ดี มีภูมิปัญญาที่แท้จริง และกล้าลงทุนในมาตรฐานกับนวัตกรรม สินค้าชุมชนก็สามารถยืนในตลาด […]
ชุมชนหมู่เฮาชาวาวี ชาป่าโบราณจากดอย สู่ Create Drink ที่ดึงดูดคนทุก Gen
ในยุคที่ตลาดชากำลังร้อนแรงแซงหน้ากาแฟ ชุมชนหมู่เฮาชาวาวี ชุมชนเล็ก ๆ ในเชียงรายที่ถือ “ไพ่ใบใหญ่” ไว้ในมืออยู่นานแล้ว ชาป่าต้นโบราณที่ไม่เคยแตะสารเคมีแม้แต่หยดเดียว “ต้นเมี่ยง” คือชื่อที่คนเหนือใช้เรียกชาป่าโบราณสายพันธุ์อัสสัมที่ขึ้นอยู่ตามไหล่ดอยมาแต่ไหนแต่ไร ต่างจากชาปลูกใหม่ทั่วไปตรงที่ต้นไม้เหล่านี้ผ่านเวลามาหลายสิบหลายร้อยปี โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด สำหรับกลุ่มหมู่เฮาชาวาวี จังหวัดเชียงราย มีวิธีการดูแลสวนชาของชุมชนขั้นตอนเดียวคือตัดหญ้า นอกนั้นปล่อยให้ธรรมชาติจัดการเอง ผลที่ได้คือชาออร์แกนิคแบบ 100% ที่ไม่ต้องอ้างอะไรมากให้ซับซ้อน เพราะ ธรรมชาติได้พิสูจน์ให้แล้ว จากต้นเมี่ยงต้นเดียว ชุมชนสามารถแปรรูปออกมาได้ถึง 5 รูปแบบพื้นฐาน ได้แก่ ชาขาว, ชาเขียว, ชาแดง, ชาดิบ และชาสุก และยังนำไปผสมผสานกับสมุนไพรหรือกลิ่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างความหลากหลายให้ตรงกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม จุดขายของชาหมู่เฮาชาวาวีไม่ได้อยู่แค่ที่ความออร์แกนิคเท่านั้น แต่อยู่ที่ คุณประโยชน์ที่จับต้องได้ ชาป่าโบราณสายพันธุ์นี้ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหากดื่มเป็นประจำ ลดความเครียด และทำให้รู้สึกสดชื่น ตรงกับเทรนด์ Wellness ที่ผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญมากขึ้นทุกปี ไม่เพียงเท่านั้นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ กลุ่มเป้าหมายของชาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใหญ่อีกต่อไป โดยตั้งแต่เริ่มออกบูธในกรุงเทพฯ กลุ่มวัยรุ่นหันมาสนใจชาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ดื่มแต่ยังอยากรู้ที่มา กระบวนการผลิต […]
อพท. ยกทัพสมุนไพรท่าสุด-ชาป่าดอยวาวี บุกงาน Wellness & Healthcare Expo 2026
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ร่วมออกบูธภายในงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 โดยภายในบูธ H5-H6 มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้งการพบปะกับผู้ประกอบการจากกลุ่มหมู่เฮาชาวาวีที่นำชาป่า (ต้นเมี่ยง) ปลูกออร์แกนิคแบบ 100% มาชงให้กับผู้ที่สนใจได้ชิม และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพร ‘ท่าสุด’ ที่นำมาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตอบโจทย์คนเมืองปวดหัวไหล่ นอนไม่หลับ และเครียดสะสมจากงาน นอกจากนี้ ยังมีการ Work Shop ทำยาดมสมุนไพร ภายในบูธอีกด้วย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo x SPORTEC Thailand 2026 พร้อมเปิดประตูสู่โลกแห่งนวัตกรรมสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และเวลเนส ที่รวบรวมผู้ประกอบการ แบรนด์ชั้นนำ และเทคโนโลยีจากไทยและต่างประเทศไว้ในงานเดียว […]
เริ่มวันนี้ !! งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 อลังการทั้งเวลเนส สุขภาพ ฟิตเนส กีฬา เต็มพื้นที่ เข้างานฟรี 25-27 มิ.ย.69 นี้ ไบเทคบางนา
เปิดตัวยิ่งใหญ่วันแรกกับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 พบสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา Longevity ความงาม เครื่องมือแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ที่พร้อมใจจัดโปรโมชั่นพิเศษช่วงกลางปีเต็มพื้นที่รวมกว่า 300 บูธ เต็มอิ่มกับเสวนาให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากเมืองไทยและต่างประเทศตลอดทั้งสามวัน เปิดประสบการณ์กับกิจกรรมสร้างสีสันครบรส พร้อมเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ถึง 27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา หวังยกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสไทยผงาดในเวทีโลก คาดเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 500 ล้านบาท ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งในเรื่องอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้นๆ ในระดับโลก รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ ผมมั่นใจว่างาน […]
บทสรุป สหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้านำเข้าไทย ลดเหลือ 19% เริ่ม 1 ส.ค. นี้
ไทยลดภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ เหลือ 19% หลังเจรจาประสบความสำเร็จ สร้างกระตุ้นการแข่งขันการส่งออก และรักษาความเท่าเทียมทางการค้าในภูมิภาค ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารประกาศตารางการเก็บอัตราภาษีต่างตอบแทนของประเทศคู่ค้า โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ โดยประเทศไทยจากเดิมถูกตั้งการจัดเก็บภาษีเดิมไว้ที่ 36% ถูกลดลงมาที่ 19% ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำเอา ‘ภาษีการค้า’ เป็นเครื่องมือดึงทั้งกัมพูชา และไทย เข้าสู่โต๊ะเจรจา หากทั้งสองประเทศยังไม่หยุดยิง ก็จะไม่เจรจาภาษี ซึ่งหลังจากลงนามข้อตกลงสันติภาพแล้ว ทรัมป์ได้โทรศัพท์หาผู้นำทั้งสองประเทศ และบอกให้ทีมการค้าเริ่มเจรจาอีกครั้ง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บไทย 19% ว่าการประกาศ Tariff rate ที่ 19% สะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย–สหรัฐฯ ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย รมว.คลังย้ำในโพสต์ว่า […]
โดนัลด์ ทรัมป์ บอกประเทศที่ยังตกลงภาษีกับสหรัฐฯ ไม่ได้ เตรียมตัวโดนภาษี 15% ถึง 50%
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าที่ยังตกลงไม่ได้ จะโดนภาษีระหว่าง 15% ถึง 50% ทรัมป์ กล่าวในการประชุม AI summit ในวอชิงตัน ดี.ซี ว่าเรามีอัตราภาษีแบบตรงไปตรงมาระหว่าง 15% ถึง 50% และยังอีก 50 ประเทศที่ข้อตกลงยังเข้ากันไม่ได้ด้วยดีสักเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยให้ความเห็นว่าอัตราภาษีศุลกากรจะยังคงลดลงอยู่ประมาณ 10% หรือ 15% ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า และภาษีศุลกากร โดยสหภาพยุโรปเตรียมมาตรการตอบโต้สินค้าของสหรัฐฯ มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้แล้ว ตามรายงานของ The Financial Times ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรปมายังสหรัฐฯ ลดเหลือ 15% แทนที่ 30% ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ไว้ว่าจะเริ่มจัดเก็บในวันที่ 1 สิงหาคม สอดคล้องกับ Bloomberg รายงานว่าอัตราภาษี 15% […]
‘ทรัมป์’ ปิดดีลญี่ปุ่นเก็บภาษีสินค้านำเข้า 15% พร้อมลงทุนในสหรัฐฯ 5.5 แสนล้านดอลลาร์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น โดยจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าในอัตรา 15% และญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 5.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทรัมป์ โพสต์ข้อความลงบน Truth Social ระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงครั้งยิ่งใหญ่เท่าที่เคยมีมา พร้อมเสริมว่าญี่ปุ่นจะลงทุน 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสหรัฐฯ จะได้รับกำไร 90% ไม่เพียงเท่านั้น ญี่ปุ่นจะเปิดประเทศให้มีการค้าขาย ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์และรถบรรทุก ข้าวและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางประเภท “ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจะสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง” ทรัมป์ กล่าว นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเพิ่มเติมอีกว่าญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ กำลังสรุปตกลงเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเหลว และ “เราจะมีข้อตกลงกับยุโรปในวันพรุ่งนี้” ด้าน Shigeru Ishiba นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ภาษีรถยนต์ของญี่ปุ่นจะลดลงเหลือ 15% จากเดิมที่ 25% โดยการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ ถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยคิดเป็น 28.3% ของการส่งออกทั้งหมดในปี 2024 หลังจากบรรลุข้อตกลง Ryosei Akazawa หัวหน้าคณะผู้เจรจาของญี่ปุ่น […]
ไทยเสนอไม่เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 10,000 รายการ แลก ‘ทรัมป์’ ลดภาษีไทยจาก 36%
สู้ศึกการค้า! ไทยยอมหั่นไม่เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ 90% ครอบคลุม 10,000 รายการ เก็บภาษี 0% หวัง ‘ภาษีทรัมป์’ เก็บสินค้าไทยลดจาก 36% รายงานความเคลื่อนไหวการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พบว่าไทยเตรียมเสนอยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ 90% จากเดิม 60% เพื่อหวังให้สหรัฐฯ ยอดลดภาษีเก็บสินค้านำเข้าจากไทยที่ประกาศไว้ 36% ก่อนหน้านี้ ให้เหลือ 18-20% ใกล้เคียงกับเวียดนาม และอินโดนีเซีย ที่เจรจาได้ข้อสรุปไปเป็นที่เรียบร้อย อ้างอิงจาก ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่าข้อเสนอที่สามของรัฐบาลอาจช่วยขจัดเรื่องภาษีศุลกากรได้ และเปิดให้สินค้าจากสหรัฐฯ ประมาณ 10,000 รายการ เข้ามาประเทศไทยได้โดยไม่ต้องถูกเก็บภาษี “เราคาดหวังว่าการเจรจาขั้นตอนสุดท้าย ไทยคาดหวังว่าจะถูกลดภาษีจาก 36% เหลือ 18-20%” ดร.ชนินทร์ เพิ่มเติมว่าข้อเสนอนี้จะถูกเสนอระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ในคืนวันที่ 17 ก.ค. โดยอาจช่วยลดดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ลงไป 70% คิดเป็นมูลค่า 45,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระยะเวลา […]
สหรัฐฯ ปิดดีลอินโดฯ เก็บภาษีสินค้า 19% แลกซื้อพลังงาน-เครื่องบินโบอิ้ง
อินโดฯ กลายเป็นประเทศที่สองในภูมิภาคอาเซียนที่ปิดดีลการเก็บภาษีสินค้านำเข้ากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ จาก 32% ลดเหลือ 19% แลกกับการซื้อเชื้อเพลิงพลังงาน – สินค้าเกษตร – เครื่องบินโบอิ้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่าได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซียแล้ว หลังมีการพูดคุยกับ Prabowo Subianto เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่กี่ชั่วโมงหลังได้ข้อตกลง ทรัมป์ โพสต์ข้อความบอกกับผู้สื่อข่าวว่า อินโดนีเซียจะไม่เรียกเก็บภาษีสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียในอัตรา 19% “ข้อตกลงได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ” ทรัมป์ ยังบอกอีกว่าอินโดนีเซียให้คำมั่นว่าจะซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, สินค้าการเกษตร 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, เครื่องบินโบอิ้ง 50 ลำ รุ่น 777 รวมถึงชาวประมงสหรัฐจะสามารถเข้าถึงตลาดอินโดนีเซียที่มีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เมษายน ทรัมป์ส่งจดหมายถึงประเทศคู่ค้า หนึ่งในนั้นคืออินโดนีเซียที่ถูกเรียกเก็บ 32% โดยจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม […]
NEWS ![]()
ซานไห่ พลาซ่า จุดหมายริมทะเลโป๋ไห่แห่งเมืองอิ๋งโข่ว ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมกับความงามแห่งธรรมชาติ
ซานไห่ พลาซ่า (Shanhai Plaza) คือสถานที่พักผ่อนริมทะเลโป๋ไห่ ในเขตป้าอวี๋เชวียน เมืองอิ๋งโข่ว มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่ผสานเข้ากับความงดงามของธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ยามพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับลาสาดแสงสีทองไปทั่วท้องฟ้า อาบทะเลโป๋ไห่ด้วยประกายแสงระยิบระยับ ท้องฟ้าจากสีส้มสด ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนคลี่คลุมด้วยสีครามของราตรีที่กำลังมาเยือน กลางทะเลมีรูปปั้น “เจ้าหญิงปลาแมคเคอเรลสเปน” ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำและตัดกับเส้นขอบฟ้าที่มืดลง ก่อเกิดเป็นภาพงดงามน่าประทับใจ ในยามกลางวัน ชายหาดแห่งนี้ทอดตัวกว้างไกลอย่างสงบ ทว่าเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ที่แห่งนี้กลับเผยเสน่ห์อีกด้านผ่านการแปรเปลี่ยนของแสงและเงา เสียงคลื่นแผ่วเบาคลอเคล้าไปกับแสงสนธยา หลอมรวมเป็นทัศนียภาพอันงดงามหลากหลาย ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปไม่รู้จบตามกาลเวลา เมื่อสายลมยามเย็นพัดแผ่วมา ซานไห่ พลาซ่า ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและงดงามของยามพลบค่ำ เบื้องหน้าคือผืนทะเลกว้างใหญ่ที่ทอดยาวสุดสายตา ขณะที่แนวชายฝั่งโอบรับไปกับผืนน้ำอย่างอ่อนโยน เผยให้เห็นความงดงามอันเงียบสงบของธรรมชาติ ทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของท้องทะเลผสานเข้ากับแสงอ่อนละมุนของยามสนธยาได้อย่างกลมกลืน เติมเต็มเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศอันผ่อนคลายให้แก่ชายฝั่งทางตอนใต้ของมณฑลเหลียวหนิง ตั้งแต่แสงแรกแห่งรุ่งอรุณจวบจนราตรีคลี่คลุม ชายฝั่งแห่งนี้พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกสารทิศ ด้วยการร้อยเรียงความงดงามที่แปรเปลี่ยนไปในทุกช่วงเวลาอย่างไม่รู้จบ
พลัมจีนเมืองอิ๋งโข่ว ผลผลิตแห่งฤดูร้อน สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของชนบทจีน
ท่ามกลางฤดูร้อนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สุก สวนผลไม้ในเมืองอิ๋งโข่วได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวพลัมจีนอย่างเต็มที่ เผยภาพความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์ของชนบท พร้อมสะท้อนเสน่ห์ของฤดูเก็บเกี่ยวที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ด้วยแสงแดดที่ส่องถึงอย่างเพียงพอ ประกอบกับสภาพดินที่เอื้อต่อการเพาะปลูก เมืองอิ๋งโข่วจึงเป็นแหล่งผลิตพลัมจีน หนึ่งในผลไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้ โดยในช่วงฤดูร้อน สวนผลไม้จะเขียวขจีไปด้วยพุ่มใบ ขณะที่กิ่งก้านห้อยระย้าด้วยลูกพลัมอวบอิ่ม พลัมที่เก็บสดใหม่เผยให้เห็นเนื้อสีเหลืองฉ่ำน้ำใต้เปลือกที่แต่งแต้มด้วยสีชมพู พร้อมส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนลิ้มลอง สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของแต่ละภูมิภาคล้วนหล่อหลอมให้เกิดผลผลิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สำหรับเมืองอิ๋งโข่ว เอกลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านพลัมจีนที่มีรสชาติหวานละมุน อันเป็นผลจากสภาพภูมิอากาศ ดิน และแหล่งน้ำที่เอื้อต่อการเพาะปลูกในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ความทุ่มเทและความขยันหมั่นเพียรของเกษตรกรยังเป็นส่วนสำคัญในการรังสรรค์ผลไม้สดใหม่หวานฉ่ำ พร้อมถ่ายทอดวิถีชีวิตชนบทในฤดูร้อนของเมืองอิ๋งโข่วได้อย่างงดงามและมีชีวิตชีวา
เมืองอิ๋งโข่วสืบสานมรดกเซรามิกเผาฟืน ชูศิลปะเตาเผาโบราณ รังสรรค์จากดินและไฟ
ในเมืองอิ๋งโข่ว เตาเผาจื่อเซวียนได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดเตาเผาเจิ้นแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน” ซึ่งเป็นเตาเผาไม้แบบโบราณที่สืบทอดมาจากจิงเต๋อเจิ้น โดยเตาเผาจื่อเซวียนเคยทำหน้าที่เป็นเตาเผาของรัฐมานานนับพันปี และเป็นเตาเผาหลวงมายาวนานกว่า 4 ศตวรรษ ทั้งนี้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายราชวงศ์หมิง เตาเผานี้ได้กลายเป็นแหล่งผลิตเครื่องลายครามอันประณีต ซิง อิ๋ง (Xing Ying) ผู้เป็นช่างฝีมือ ได้สืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมจากเตาเผาเจิ้น โดยได้ทุ่มเทศึกษาและยกระดับศิลปะการทำเซรามิกเผาฟืน ชูจุดเด่นผิวสัมผัสเคลือบขี้เถ้าธรรมชาติ เพื่อส่งต่อเปลวไฟแห่งเตาเผาโบราณมิให้สูญหาย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์จากเตาเผาดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยโถใส่ใบชาแบบเผาไฟฟืนมีคุณสมบัติช่วยคงความสดใหม่ ป้องกันความชื้นและแมลง พร้อมรักษาอุณหภูมิให้คงที่เพื่อกักเก็บกลิ่นหอมและป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขณะที่ไหปลุกชาซึ่งมีโครงสร้างเนื้อดินรูพรุนระบายอากาศได้ดี จะช่วยกระจายกลิ่นอับจากการเก็บรักษา พร้อมดึงกลิ่นหอมตามธรรมชาติของชาบ่มโบราณให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง เมื่อนำมาใช้กับกาน้ำชาและถ้วยชาที่มาจากเตาเผาเดียวกัน จะยิ่งช่วยชูรสชาติของน้ำชาให้มีความหวานนุ่มและกลมกล่อมขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเซรามิกเผาฟืนทุกชิ้นต่างรังสรรค์ขึ้นจากการหล่อหลอมของดินและไฟ ซึ่งเมื่อผ่านการดูแลรักษาและใช้งานอย่างพิถีพิถันเป็นเวลานาน ชิ้นงานจะยิ่งพัฒนาทั้งในแง่ของผิวสัมผัสและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาอีกด้วย ภูมิปัญญาเตาเผาเจิ้นที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และรังสรรค์ขึ้นจากการหลอมรวมกันของดินและไฟ ได้ฟื้นฟูจนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในยุคปัจจุบัน
“พฤกษา” คว้ารางวัล “Best Wellness Developer” ตอกย้ำมาตรฐานใหม่ ผสาน “สุขภาพ” เข้ากับการอยู่อาศัย
พฤกษา โฮลดิ้ง ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีโรงพยาบาลในเครือ ต่อยอดความสำเร็จจากแนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” คว้ารางวัล “Best Wellness Developer” จากเวที Living Insider Awards 2026 อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของพฤกษาในฐานะแบรนด์ Integrated Living & Healthcare Platform ที่สร้างมาตรฐานใหม่และรักษาความต่อเนื่องในการพัฒนาและเชื่อมโยง “สุขภาพ” และ “การอยู่อาศัย” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย คุณอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับพฤกษา Well-Living ไม่ใช่เพียงเทรนด์หรือสิ่งที่นำมาเติมให้กับบ้าน แต่คือวิธีคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและประสบการณ์การใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด ‘Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต’ ที่เราอยากดูแลลูกบ้านให้ ‘อยู่ดี’ ในทุกช่วงของชีวิต โดยเชื่อมโยงทั้ง 3 แกนการดูแล Well Home, Well Care […]
50 แฟรนไชส์ติวเข้ม “GSB Franchise Standard” เสริมแกร่งธุรกิจ สร้างระบบพร้อมขยายสาขาอย่างยั่งยืน
ธนาคารออมสินเปิดหลักสูตร GSB Franchise Standard ภายใต้โครงการ GSB Smart Franchise 2026 คัด 50 ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ศักยภาพสูง ติวเข้ม 4 วันเต็ม ครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานธุรกิจ สร้างแบรนด์ พัฒนาระบบบริหาร ไปจนถึงการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการขยายสาขา พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญและแฟรนไชส์ชั้นนำของไทย ธนาคารออมสินเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทย เปิดการอบรมหลักสูตร GSB Franchise Standard ภายใต้โครงการ GSB Smart Franchise 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยคัดเลือกผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพและความพร้อมจำนวนกว่า 50 ธุรกิจ เข้าร่วมหลักสูตรเข้มข้น เพื่อเสริมองค์ความรู้และวางระบบธุรกิจให้สามารถขยายสาขาได้อย่างมีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างมั่นคง สอดคล้องบทบาทของธนาคารออมสินในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ตามแนวทางการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” (SMART SOCIAL BANK FOR ALL LIVES) ผ่านการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ ยกระดับมาตรฐานธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้มีศักยภาพและเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืน หลักสูตร GSB […]
ปิดฉาก “TILOG – LogistiX 2026” อย่างยิ่งใหญ่ ยอดผู้เข้าชมกว่า 7,100 ราย สร้างมูลค่าการค้ากว่า 2,000 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยบนเวทีโลจิสติกส์และการค้าอาเซียน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จของการจัดงาน “TILOG – LogistiX 2026” งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และบริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยตลอด 3 วัน มีผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 7,100 ราย พร้อมสร้างมูลค่าการค้ากว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของงานในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจด้าน โลจิสติกส์จากทั่วโลกสู่ผู้ประกอบการไทย การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Empowering Global Trade with Generative Supply Chains” มุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก ด้วยการนำเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ (Automation) […]
HOW TO ![]()
เสียทั้งเพื่อน เสียทั้งเงิน ทำไม? ‘เพื่อนสนิท’ ถึงกลายเป็นหุ้นส่วนที่อันตรายที่สุด
หลายคนเริ่มต้นธุรกิจแรกในชีวิตกับเพื่อนสนิท เพราะเป็นคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด กล้าเล่าไอเดียให้ฟังโดยไม่ต้องกลัวถูกขโมยความคิด แต่สิ่งที่หลายคนไม่ทันคิดคือ ความสนิทสนมที่เคยเป็นจุดแข็งในวันแรก อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำลายทั้งธุรกิจและมิตรภาพในภายหลัง เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่ชัดเจนอยู่สองเรื่องหลัก แนวคิดที่เรียกว่า Psychological Ownership หรือความรู้สึกเป็นเจ้าของทางจิตใจ อธิบายว่าทำไมเพื่อนที่เคยราบรื่นถึงเริ่มขัดแย้งกันเมื่อธุรกิจเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ในช่วงเริ่มต้นที่ยังเป็นแค่ไอเดีย ทุกคนมักรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีขอบเขตชัดเจน แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น เรื่องหุ้น บทบาท และอำนาจตัดสินใจเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในทุกไอเดียและทุกการตัดสินใจก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึง คือกรณีของ Mark Zuckerberg กับเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ในช่วงแรกความสนิทสนมและวิสัยทัศน์ร่วมกันคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเรื่องสัดส่วนหุ้นและบทบาทความรับผิดชอบเข้ามาเป็นประเด็น ความรู้สึกว่า “นี่คือไอเดียของฉันเหมือนกัน” กลับกลายเป็นชนวนความตึงเครียดที่ทำลายความสัมพันธ์ในที่สุด สิ่งนี้สะท้อนว่ายิ่งเพื่อนสนิทกันมากเท่าไหร่ในช่วงเริ่มต้น ยิ่งมีแนวโน้มที่แต่ละคนจะรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ในทุกส่วนของธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น ต่างจากการเริ่มธุรกิจกับคนที่ไม่สนิทกันมาก่อน ซึ่งมักตกลงขอบเขตบทบาทและอำนาจตัดสินใจให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพราะไม่มีความคุ้นเคยส่วนตัวมาเป็นตัวแปรกวนใจ ปัญหาที่สองซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องแรกอย่างแนบแน่น คือ Trust Issues หรือกับดักความไว้ใจ ฟังดูขัดแย้งในตัวเอง เพราะโดยทั่วไปความไว้ใจควรเป็นเรื่องดีในความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่ปัญหาคือเมื่อสองฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว มักมองข้ามการวางระบบตรวจสอบและข้อตกลงที่รัดกุมตั้งแต่ต้น ด้วยความเชื่อว่า “เราสนิทกันขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องทำสัญญาละเอียดขนาดนั้นหรอก” ความไว้ใจแบบไม่มีเงื่อนไขนี้เองที่กลายเป็นช่องโหว่ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มมีปัญหาส่วนตัว เช่น […]
Gaslighting เรื่องที่คนทำงานไม่อยากเจอ แต่หลายคนอาจกำลังเผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว
ช่วงที่ผ่านมาคำว่า “Gaslighting” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย จากกรณีข้อพิพาททางธุรกิจของคนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เป็นข่าวดัง ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย และมีข้อเท็จจริงที่ต้องรอการพิสูจน์จากทุกฝ่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวข่าวคือคำว่า Gaslighting เองที่หลายคนอาจเคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจความหมายจริงๆ ทั้งที่พฤติกรรมแบบนี้อาจกำลังเกิดขึ้นในที่ทำงานของใครหลายคนอยู่เงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว Gaslighting คือรูปแบบหนึ่งของการบงการทางจิตวิทยา ที่ผู้กระทำพยายามทำให้อีกฝ่ายเริ่มสงสัยในความทรงจำ การรับรู้ หรือแม้แต่สติสัมปชัญญะของตัวเอง จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรือมีปัญหาอยู่เสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น ชื่อของพฤติกรรมนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Gas Light ที่ตัวละครฝ่ายหนึ่งค่อย ๆ หรี่ไฟแก๊สในบ้านลงทีละน้อย แล้วปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง จนทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเห็น จุดที่ทำให้พฤติกรรมนี้อันตรายกว่าความขัดแย้งทั่วไปคือ มันไม่ใช่การโต้เถียง หรือทะเลาะกันตรง ๆ แต่เป็นกระบวนการค่อยเป็นค่อยไปที่ทำให้เหยื่อสูญเสียความมั่นใจในตัวเองทีละนิด จนบางครั้งกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังถูกกระทำอยู่ก็ผ่านไปเป็นเวลานานแล้ว สำหรับในที่ทำงาน Gaslighting มาในรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานปฏิเสธสิ่งที่เคยพูด หรือตกลงไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน แล้วยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยพูดแบบนั้น จนทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่แน่ใจในความทรงจำของตัวเอง เช่นเดียวกับการด้อยค่าความสามารถอย่างต่อเนื่อง การพูดซ้ำ ๆ ว่าผลงานหรือความคิดของอีกฝ่ายไม่ดีพอ ไม่ฉลาดพอ หรือทำงานไม่ได้เรื่อง […]
Bandwagon Effect จิตวิทยาดึกดำบรรพ์ที่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
คุณเคยเจอกับเหตุการณ์นี้หรือไม่? ร้านอาหารที่ไม่มีลูกค้าเลยสักคน แต่พอมีคนแรกเดินเข้าไปนั่ง ไม่นานคนที่สองก็ตามเข้ามา แล้วคนที่สาม สี่ ห้า ก็ทยอยตามมาเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่มีใครรู้จักกันเลย นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือกลไกทางจิตวิทยาที่ฝังลึกอยู่ในสมองมนุษย์ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ และเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในโลกธุรกิจปัจจุบัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Bandwagon Effect หรือพฤติกรรมการทำตามกระแส ซึ่งมีรากฐานมาจากหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Social Proof คือการที่มนุษย์มองพฤติกรรมของคนรอบข้างเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอะไรคือ “ทางเลือกที่ถูกต้อง” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เราไม่มั่นใจหรือไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจเอง หลักการนี้มาจากพื้นฐานทางวิวัฒนาการของมนุษย์ ในอดีตการอยู่รอดของบรรพบุรุษเราขึ้นอยู่กับการพึ่งพากลุ่ม การทำตามสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำมักปลอดภัยกว่าการเสี่ยงตัดสินใจเองในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน สมองของเราจึงพัฒนากลไกที่มองว่าพฤติกรรมของคนหมู่มากคือ “ทางลัด” ที่ช่วยประหยัดพลังงานในการคิด แทนที่จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างด้วยตัวเอง เราเลือกที่จะเชื่อว่าคนอื่นน่าจะรู้อะไรบางอย่างที่เราไม่รู้ และทำตามพวกเขาไปเลย ที่น่าสนใจกลยุทธ์นี้ไม่ได้เกิดจากแค่การอยากทำตามฝูงชนเฉย ๆ แต่ลึกลงไปคือการที่มนุษย์ต้องการหาที่ยืนของตัวเองในกระแสสังคม เมื่อเราเห็นสินค้าหรือบริการใดกำลังเป็นที่นิยม เราไม่ได้แค่เห็นความนิยม แต่กำลังตีความมันเป็น “การรับรองร่วมกัน” ว่าทางเลือกนี้เข้ากับกระแสสังคมที่กว้างกว่าตัวเรา และในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมายจนล้นสมอง การเห็นคนอื่นตัดสินใจแล้วจึงกลายเป็นทางออกที่สะดวกที่สุดสำหรับสมองที่ไม่อยากประมวลผลข้อมูลซับซ้อนตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ Bandwagon Effect น่าสนใจยิ่งขึ้นคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Information Cascade หรือปรากฏการณ์ห่วงโซ่ข้อมูล ซึ่งอธิบายว่าทำไมการตัดสินใจของคนกลุ่มใหญ่บางครั้งอาจตั้งอยู่บนข้อมูลที่น้อยมากอย่างน่าตกใจ […]
แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ อัปเดตปี 2026
รู้จัก 6 ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนตัดสินใจกู้ ในยุคเศรษฐกิจปี 2026 ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การวางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญมาก บางครั้งเราอาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนฉุกเฉิน หรือต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อต่อยอดเป้าหมายต่างๆ ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ การทำความเข้าใจและเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด บทความนี้จะพาเราไปสำรวจรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ 6 ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล ปัจจุบันสถาบันการเงินได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ออกมามากมายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความต้องการแตกต่างกัน การทำความรู้จักลักษณะเด่นของสินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละรูปแบบจะช่วยให้เราสามารถวางแผนบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดภาระเกินตัวในอนาคต เรามาดูกันว่ามีประเภทไหนที่น่าสนใจบ้าง บัตรกดเงินสด วงเงินหมุนเวียนที่อนุมัติไว้ให้เราเบิกถอนเงินสดมาใช้จ่ายยามฉุกเฉินได้ทันทีผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชี จุดเด่นคือหากไม่มีการเบิกใช้ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ย ถือเป็นแหล่งเงินสำรองที่เพิ่มความอุ่นใจในยามคับขัน อย่างเช่น บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสะดวกสบาย ตอบโจทย์สภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างลงตัวโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อเงินสด รูปแบบการกู้ยืมที่สถาบันการเงินจะโอนเงินก้อนเข้าบัญชีของเราโดยตรง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น การต่อเติมบ้าน การรักษาพยาบาล หรือใช้จ่ายในครอบครัว การผ่อนชำระจะเป็นรายเดือนในจำนวนที่เท่าๆ กันตลอดอายุสัญญา ทำให้เราสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ง่ายและมีระเบียบวินัยทางการเงินที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สินเชื่อรีไฟแนนซ์ ทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีภาระหนี้สินหลายก้อนและต้องการรวมหนี้ไว้ที่เดียวเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลง สินเชื่อประเภทนี้จะเข้าไปปิดยอดหนี้เดิมที่เรามีอยู่กับสถาบันการเงินอื่น แล้วให้เรามาผ่อนชำระกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงหรือระยะเวลาการผ่อนที่ยาวนานขึ้น ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เงินในกระเป๋าของเราในแต่ละเดือนและลดความเครียดจากหนี้สินได้เป็นอย่างดี สินเชื่อเพื่อการศึกษา การลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีคือการศึกษา สินเชื่อประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การเรียนต่อต่างประเทศ หรือแม้แต่การเข้าคอร์สฝึกอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ โดยมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ เพื่อสนับสนุนให้เรามีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้และนำไปต่อยอดความก้าวหน้าในสายอาชีพได้อย่างเต็มที่ สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวหรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อขยายกิจการ สินเชื่อประเภทนี้ตอบโจทย์อย่างยิ่ง เพราะช่วยเสริมสภาพคล่องในการซื้อวัตถุดิบ […]
VDO ![]()
เจาะกลยุทธ์ ‘ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว’จากตำนาน 32 ปี สู่ก้าวใหญ่ เปิดสาขาในฟิลิปปินส์
หากพูดถึงสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่เคียงข้างมื้อหิวของคนไทยมานานหลายทศวรรษ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ย่อมเป็นชื่อแรกๆ ในใจใครหลายคน แต่วันนี้สตรีทฟู้ดรถเข็นสีเหลืองแดงพร้อมขยับขยายอาณาจักรครั้งใหญ่ จากแลนด์มาร์กริมทางสู่การเดินหน้าปักธงบุกตลาด “ฟิลิปปินส์” ส่งต่อรสชาติแบบไทย ๆ ให้ชาวอาเซียนได้สัมผัส คุณสิทธิชัย ทิตอร่าม General Manager – Commercial Business Group บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด พูคุยถึงเส้นทางการขยายสาขาไปต่างประเทศของ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” หลังอยู่ในตลาดไทยมานาน 32 ปี และเริ่มมองหาโอกาสในตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง จุดเริ่มต้นของการเปิดตลาดในฟิลิปปินส์ คุณสิทธิชัย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการขยายไปต่างประเทศมาจาก Cabalen Group เจ้าของร้านอาหารในฟิลิปปินส์เดินทางมาเมืองไทยแล้วได้ลองกินบะหมี่ชายสี่จนติดใจ จึงติดต่อขอเป็น Master Franchise นำไปเปิดขายที่ฟิลิปปินส์ โดยเริ่มต้นด้วยการคัดลอกรูปแบบรถเข็นของชายสี่ไปสร้างเองที่นั่น แต่ปรากฏว่า “บะหมี่ไม่มี” เพราะบะหมี่ของฟิลิปปินส์ไม่เหมือนกับของไทย โดยสิ่งที่ Cabalen นำไปมีเพียงรถเข็นกับสูตร แต่ไม่ได้นำวัตถุดิบไปด้วย ขณะที่บะหมี่ของชายสี่มีอายุสินค้าเพียง 4 วันเท่านั้น โมเดลแรกจึงไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น […]
Tops daily แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ คืนทุนไว กำไรดี ใครก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายและเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ร้านสะดวกซื้อจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่ได้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดนี้จึงเปิดโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้ มั่นคง ผ่านโมเดลธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการรองรับอย่างรอบด้าน Tops daily (ท็อปส์ เดลี่) เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านสะดวกซื้อชั้นนำในเครือเซ็นทรัล รีเทล (CRC) ที่ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองอย่างครบครัน ชูจุดเด่นด้วยสินค้าหลากหลาย พร้อมโปรโมชัน และดีลเด็ดสำหรับสมาชิก สะสมคะแนนแลกรับของพรีเมียม ส่วนลดพิเศษแบบจัดเต็ม โมเดลการลงทุนของ Tops daily ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วม มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ FC1 เปิดร้านใหม่ (New Store) สำหรับผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรืออาคาร เงินลงทุน 4-6 ล้านบาท (รวมค่าก่อสร้าง) การันตีรายได้ 150,000 บาท/เดือน ในช่วง 2 ปีแรก ออกแบบร้านใหม่ในพื้นที่ของคุณ สร้างรายได้มั่นคง ขยายธุรกิจ พร้อมโอกาสเติบโตไปด้วยกัน FC2 บริหารร้านเดิม (Existing Store) […]
“ร่ำรวยเย็นตาโฟ x ข้าวมันส์” รวม 2 แบรนด์ในร้านเดียว ขายในทำเลทองร่วม Partner ชั้นนำ
หากพูดถึงเมนูอาหารที่ “ทานง่าย ตอบโจทย์คนทุกวัย” และกินได้ไม่มีเบื่อ “ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ” และ “ข้าวมันไก่” คือเมนูติดอันดับต้นๆ ของไทยเสมอ! “ร่ำรวยเย็นตาโฟ” จึงต่อยอดความสำเร็จด้วยโมเดลธุรกิจ Synergy รวม 2 แบรนด์ความอร่อยไว้ใน Kiosk เดียวกัน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายครอบคลุมทั้งมื้อเช้า เที่ยง และเย็น ความน่าลงทุนของ “ร่ำรวยเย็นตาโฟ x ข้าวมันส์” ความกังวลเรื่องวิกฤตทำเลจะหมดไป เพราะแบรนด์ผนึกกำลังร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำที่ผู้บริโภครู้จักกันเป็นอย่างดี อาทิ 7-Eleven, CJ MORE, Lotus’s, PTT, Caltex, PT และ Bangchak โดยร้านมีขนาดที่ลงตัวใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับสถานีบริการน้ำมัน และ Community Mall ส่วนเรื่องการบริหารจัดการไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ร้านใช้พนักงานน้อย ควบคุมวัตถุดิบรสชาติมาตรฐานจากครัวกลาง มีระบบ POS รายงานยอดขายแบบ Real Time และเพิ่มช่องทางขายผ่านแอปฯ 7-Eleven […]
วช. พา “งานวิจัย” ขึ้นเชลฟ์ขาย เปิดเวที Innovative House ต่อยอดผลงานวิจัยสู่ตลาดจริง
ภายในงาน Franchise Expo Thailand 2026 มีบูธของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการที่นำผลงานวิจัยมาต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์มาแสดง พร้อมจัดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจได้เลือกซื้อ สำหรับ วช. มีภารกิจหลัก คือการให้ทุนวิจัย ดูแลเรื่องการวิจัยในภาพรวม รวมถึงการให้รางวัล และสนับสนุนนักวิจัย ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงนักวิจัยอาวุโส แน่นอนว่านี่เป็นหน่วยงานผู้อยู่เบื้องหลังงานวิจัยไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ กิจกรรมที่นำมาจัดแสดงในบูธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทุนที่ วช. สนับสนุนภายใต้ชุดโครงการ Innovative House ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน คือการแนะแนวและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมที่ต่อยอดมาจากงานวิจัย ไปพัฒนาต่อจนสามารถขายได้จริงในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่แค่งานวิจัยที่อยู่ในห้องแล็บ โดยสินค้าที่นำมาโชว์ในบูธจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “พร้อมขาย” แล้วจริงๆ บางแบรนด์ขายออนไลน์ บางแบรนด์ขายเฉพาะหน้าร้าน นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตนำผลิตภัณฑ์ไปแปรรูปเป็นเมนูอาหาร-เครื่องดื่มให้ผู้ร่วมงานเห็นวิธีใช้งานจริง โดยนำ ‘น้ำผึ้ง’ ที่ไม่ได้นำมาวางขายแบบเดิม ๆ แต่แปรรูปเป็น เครื่องดื่มสเลอปี้ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมสดๆ หน้าบูธ เพื่อดึงดูดและสร้างประสบการณ์ให้คนในงานได้ทดลองสัมผัสสินค้าจริง และหากใครสนใจก็สามารถซื้อ หัวเชื้อ กลับไปทำเครื่องดื่มต่อเองที่บ้านได้เช่นกัน […]
เปิดเส้นทาง “กาแฟพันธุ์ไทย” โอกาสลงทุนที่คนไทยเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ได้
ในเครือธุรกิจของ “พีทีจี เอ็นเนอยี” (PTG Energy) ที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะผู้จำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตเงียบ ๆ แต่ทรงพลังไม่แพ้กัน นั่นคือ “กาแฟพันธุ์ไทย” ธุรกิจ Non-Oil ในเครือที่วันนี้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 3,200 สาขาทั่วประเทศ จากจุดเริ่มต้นในวันแรกที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสู่แบรนด์ระดับประเทศ ที่วันนี้ธุรกิจเติบโตขยายสาขารวมกว่า 3,200 สาขา แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารเอง (Official) ประมาณ 2,700 สาขา และสาขาแฟรนไชส์อีกกว่า 700 สาขา ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลแฟรนไชส์ คือหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้หยุดที่จะเติบโตต่อเนื่อง เพราะได้วางเป้าหมายขยายแฟรนไชส์ โดยปีที่ผ่านมาสามารถเปิดแฟรนไชส์ใหม่ได้ 400 สาขา และในปีนี้ตั้งเป้าเปิดเพิ่มให้ได้อีก 400 สาขา ซึ่งล่าสุดดำเนินไปแล้วกว่า 200 สาขา เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่สม่ำเสมอ และเป็นระบบ ไม่ใช่กระแสเพียงชั่วคราว สิ่งที่ทำให้กาแฟพันธุ์ไทยแตกต่าง คือความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่ม และการปรับเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความสดใหม่ และเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ […]


