พบสารตกค้างในผัก 6 ชนิดนำเข้าจาก “จีน – เมียนมา”


รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจด่านตรวจพืชใน จ.เชียงราย พบผักจากประเทศจีนและเมียนมา 6 ชนิด มีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงประเภท วอ.4 ขณะที่ส้มจากเมียนมาตรวจพบการตกค้างของสารสูงถึง 100%

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่พบสารตกค้าง 32 ชนิดสาร ใน 3 กลุ่ม คือ ออร์กาโนคลอรีน 3 ชนิดสาร ไพรีทรอยด์ 7 ชนิดสาร และออร์กาโนฟอสเฟต 22 ชนิดสาร ซึ่งถือว่าเป็นสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน และได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะส่งผลต่อสุขภาพผู้บริโภค แต่การตรวจสอบหาสารตกค้างยังมีอุปสรรคในเรื่องเครื่องมือที่ยังไม่ทันสมัย ทำให้ตรวจได้เฉพาะบางสารเท่านั้น จึงหารือกับนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข สั่งให้ตรวจเข้มและเสนอจัดตั้งแล็ปที่ทันสมัยและสมบูรณ์ร่วมกันที่ด่านอำเภอเชียงของ เพิ่มศักยภาพในการตรวจสารตกค้างได้มากขึ้น

ในปี 2562 มีการสุ่มตรวจตัวอย่างผักและผลไม้นำเข้ากว่า 1,535 ตัวอย่าง จาก 5 ด่านหลักในพื้นที่ภาคเหนือ การตรวจพบกลุ่มตัวอย่าง 14 ตัวอย่างในผัก 6 ชนิด มีสารตกค้างประเภท วอ.4 คือ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง โดยมาจากจีน 7 ตัวอย่าง คือ กะหล่ำปลีม่วง 3 ตัวอย่าง ขึ้นฉ่าย พริก แรดิช บรอกโคลี อย่างละ 1 ตัวอย่าง ส่วนเมียนมามี 7 ตัวอย่าง พบใน พริก 6 ตัวอย่าง พริกหยวก 1 ตัวอย่าง คิดเป็น 0.9 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด และที่พบเกินค่า MRLs 100% คือส้มจากเมียนมา ที่ผ่านด่านตรวจพืชแม่สาย ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรไม่มีสิทธิทางกฎหมายที่จะห้ามนำเข้า เป็นส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นผู้รับผิดชอบเพราะตามกฎหมายสารตกค้างในพืชผักผลไม้

สำหรับปริมาณการนำเข้าผักผลไม้สดผ่านด่านเชียงแสนในปี 2561 มีปริมาณ 119 ตัน มูลค่า 1.35 ล้านบาท ส่วนปี 2562 ตั้งแต่เดือนม.ค.-23 ก.ย.มีการนำเข้ามันฝรั่งปริมาณ 1,650 ตัน มูลค่า 31 ล้านบาท ส่วนสินค้าเกษตรแห้ง เช่น กระเทียม กระเทียมอบแห้ง เมล็ดทานตะวัน ปี 2561 ปริมาณนำเข้า 38,808 ตัน มูลค่า 643 ล้านบาท และปี 2562 ม.ค.-23 ก.ย. ปริมาณนำเข้า 23,420 มูลค่า 373 ล้านบาท