4 พฤติกรรมเปลี่ยนโลก เมื่อ “แรงงานคน” จะถูกหุ่นยนต์และเทคโนโลยี Disrupt แทบไม่เหลือซาก


หลังจากมีประกาศเลิก Lockdown ให้ธุรกิจน้อยใหญ่สามารถทยอยกลับมาขายบริการได้บ้างแล้ว ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่มีคนจองที่พักต่าง ๆ เต็มตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ในสถานที่ยอดฮิตทั้งหลายของประเทศไทย เช่น กาญจนบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ได้รับผลกระทบเมื่อโควิด-19 เกิด และกำลังกลับมาเป็นที่นิยมจนคนเต็มไปถึงปลายปีในเวลาอันรวดเร็ว

ซึ่งการฟื้นคืนของธุรกิจหลังปลดล็อกประเทศนั้น เราสามารถศึกษาได้จากประเทศจีนที่เป็นรุ่นพี่ในการเอาตัวรอดและปรับตัว เพราะเขาได้รับผลกระทบตรงนี้มาก่อน และเข้าสู่ระยะฟื้นตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยมาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยความที่จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่มีธุรกิจมากมายอยู่ในนั้น ทำให้เราสามารถศึกษาหาทางปรับตัวตามแบบฉบับของ New Normal ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนหลังจบโควิด-19 จากประเทศจีน ซึ่งได้แก่พฤติกรรมที่คนทั้งโลกจะทำ และเกิดเป็นกระแสรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่นั้นสามารถศึกษาได้จาก 4 ข้อนี้ 

1. เทคโนโลยีจะมีความสำคัญมากขึ้น

ถึงแม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเป็นที่นิยมสนใจอยู่บ้างแล้ว แต่กับธุรกิจส่วนใหญ่ก็ยังมีที่ไม่ได้ปรับตัวสู่โลกออนไลน์อีกมาก ซึ่งหลังจากจบโควิด-19 นี้ ทุกธุรกิจจะถูกทำลายแน่นอน หากไม่หันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี เช่น การเรียนการสอนจะทำผ่านออนไลน์มากขึ้น แรงงานคนจะถูกหุ่นยนต์และเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ การทำงานที่บ้านจะมีมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ เหมือนสวัสดิการที่ดีอีกหนึ่งตัวเลือกของการทำงาน ซึ่งจุดนี้เป็นผลดีกับเจ้าของกิจการ เพราะจะทำให้คุณรู้ว่าจำนวนคนที่มีอยู่แต่ก่อนนั้นมันมากเกินจำเป็นรึเปล่า การ Work from Home ช่วยให้รู้ได้ว่าตำแหน่งไหนที่สามารถตัดได้เพื่อลดต้นทุน และหันมาจ้างฟรีแลนซ์แทน

2. คนทำสตาร์ทอัพจะน้อยลง

เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาสตาร์ทอัพในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นเยอะมาก จากการรณรงค์จัดระบบต่างๆ ของรัฐให้รองรับสำหรับการเกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยคนไทยมากขึ้น ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะทำให้ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ และใช้บริการได้จริง ช่วยแก้ปัญหาได้จริงหลายรายเกิดขึ้นมา เพียงแต่เพราะปกติแล้วสตาร์ทอัพจะเกิดขึ้นจากการแก้ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องเจอ และต้องการเงินจากนักลงทุนเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเมื่อโควิด-19 เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนชะลอตัว ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่าสิ่งที่อำนวยความสะดวกสบาย การเกิดสตาร์ทอัพใหม่ ๆ เป็นดอกเห็ดจึงหมดไป เหลือแต่สตาร์ทอัพที่มั่นใจในตัวเองและวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดีจริง ๆ

3. โลกออนไลน์ได้รับความนิยมมหาศาล

โควิด-19 ทำให้การค้าขายแบบออฟไลน์หยุดชะงักแทบจะ 100% ส่งผลให้คนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เรียนรู้ที่จะใช้บริการร้านค้าออนไลน์มากขึ้น จนเกิดเป็น New Normal ที่จะทำให้วิถีชีวิตข้างหน้าคนจะซื้อของออนไลน์มากกว่าการเดินห้าง เทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความรวดเร็วตรงนี้ ทั้งอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภค ทั้งจัดการระบบหลังบ้านของพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ผลิตให้พบเจอกับผู้บริโภคได้เลยโดยตรงก็จะมีความต้องการมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ที่จะหันไปใส่ใจสุขภาพจากการทานอาหารจากฟาร์มโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอีกต่อไป

4. คนจะไม่จ่ายเงินง่ายเหมือนเดิม แต่ใช้เหตุผลในการซื้อ

สุดท้ายแล้ว New Normal หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่จะกระทบกับธุรกิจอย่างชัดเจน คือเรื่องนิสัยของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความน่ากลัวของพิษเศรษฐกิจ จากที่คนกินเล่นโดยไม่สนใจเงินเก็บ ก็จะหันมาให้ความสำคัญกับเงินสำรองมากขึ้น ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอีกต่อไป และใช้เหตุผลในการตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละชิ้นมากกว่าเดิม เน้นที่ความคุ้มค่ามากกว่าความสวยงาม เน้นที่ราคาสมเหตุสมผลมากกว่าการติดแบรนด์ สินค้าที่ไม่จำเป็นจะถูกลดราคาความน่าสนใจลง

จาก New Normal ตรงนี้หากคุณจับจุดให้ดี และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคแบบใหม่ของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะทำให้เข้าใจพวกเขามากขึ้น และรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่ง 4 เทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีนข้างต้น เป็นเหมือนเครื่องยืนยันให้คุณมีแนวทางที่สามารถเริ่มต้นปรับตัวได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย