กัญชากลายเป็นพืชที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก หลังมีการปลดล็อกให้ใบ, กิ่ง, ก้าน และลำต้น ไม่ใช่ยาเสพติด นำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มมองเห็นโอกาส กระโดดเข้ามาร่วมวงนำกัญชามาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม และอาหาร
ไม่เพียงแต่อาหาร และเครื่องดื่ม กัญชายังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางได้อีกด้วย หลังกฎหมายรองรับการปลดล็อกกัญชาให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
โดยกฎหมายฉบับแรกที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือประกาศกฎกระทรวง เรื่อง การใช้กัญชงในเครื่องสำอาง 2563 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2564 มีสาระสำคัญ คือเปิดให้ใช้น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชงในเครื่องสำอางได้ทุกชนิดตามเงื่อนไขที่กำหนด และจะขยายให้ใช้ส่วนอื่นของกัญชาในเครื่องสำอาง รวมถึงออกกฎหมายการใช้กัญชา กัญชงในผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
หลักเกณฑ์ข้อกำหนดในการรับจดแจ้งเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของน้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือสารจากเมล็ดกัญชง ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
การจดแจ้ง
- แจ้ง % น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงในสูตร (%w/w)
- ระบุให้ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบใด เช่น เจล, น้ำมัน, ครีม หรือ Soft gelatin copsules
เอกสารประกอบการพิจารณา
- Specification ของวัตถุดิบที่ต้องระบุแหล่งที่มาของผู้ผลิตในประเทศ
- COA หรือผลวิเคราะห์ที่แสดงปริมาณ THC ของวัตถุดิบ
- หนังสือรับรองไม่บรรยายสรรพคุณเกินเครื่องสำอาง
- ฉลากผลิตภัณฑ์
- เอกสารแสดงการคำนวณปริมาณ THC ในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ชื่อผลิตภัณฑ์
- สามารถใช้คำว่า “HEMP” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเครื่องสำอาง โดยต้องระบุว่าเป็นส่วนเมล็ด เช่น HEMP SEED OIL, HEMP SEED EXTRACT
- ห้ามใช้ชื่อ HEAM ที่ไม่ระบุส่วนที่ใช้ หรือระบุส่วนที่ห้ามใช้ เช่น HEMP OIL
- ชื่อต้องสื่อเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
- ชื่อต้องอยู่ในขอบข่ายของเครื่องสำอาง
ที่มา: สำนักคณะกรรมการอาหารและยา