6 วันกับการสูญเสีย “ลูกพะยูน” ไปถึง 2 ตัว คงอาจจะยากเกินกว่าจะรับไหวสำหรับหัวจิตหัวใจของคนไทยผู้ที่ติดตามข่าวคราวความคืบหน้าของสองพะยูนน้อยที่อยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์
หลังจากยังพอทำใจได้ไม่นิ่งพอกับการจากไปของ “มาเรียม” เมื่อเสาร์วันที่ 17 สิงหาคม ที่พบเศษพลาสติก 8 ชิ้น อุดตันลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เกิดการสะสมของแก๊สในทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสโลหิต คล้อยหลังไม่พ้นสัปดาห์ ค่ำคืน 22 สิงหาคม ก็เป็นเวลาของการจากไปของ “ยามีล” จากสาเหตุของการสะสมของแก๊สในกระเพาะอาหารและบริเวณลำไส้ ซึ่งมาจากก้อนหญ้าทะเลอุดตันที่หนุ่มน้อยยามีลกินเข้าไป
และมันไปสู่จุจบของลูกพะยูนอีกตัว แม้ว่าสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษา จะระดมสุดความสามารถที่มีเพื่อให้มันมีลมหายใจต่อไป แต่ชะตากรรมของมันก็สิ้นสุดลง

พะยูนกำพร้าทั้งสองตัวเคยเป็นขวัญใจของคนไทยมาโดยตลอด ทั้งเอาใจช่วยให้มันรอดให้ได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ของท้องทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลกอย่างเต็มแก่ เพื่อให้มันทั้งคู่มีชีวิตต่อไปในการช่วยสร้างความสมดุลของระบบนิเวศในท้องทะเล หลังจากที่ต้องสูญเสีย “มาเรียม” ไป และตลอดทั้งสัปดาห์ทุกคนก็คาดหวังว่าเราจะไม่เสีย “ยามีล” ไปอีก แต่สุดท้ายความเข้มแข็งที่มีก็ไม่อาจเพียงพอ เมื่อความหวังเดียวของระบบนิเวศท้องทะเลที่น่าจะดีขึ้นได้พังทลายลงพร้อมลมหายใจสุดท้ายของยามีล
ความสำคัญของยามีล คงบ่งบอกได้จากปากของผู้นำประเทศที่เขาเองก็ระบุว่า
“เราเสียมาเรียมไปแล้ว อย่าให้ต้องเสียยามีลไปอีกตัว” คำพูดที่มาจากใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกได้ชัดเจนว่า “พะยูน” สำคัญกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลมากแค่ไหน
ย้อนเวลากลับไป ก็ครบ 53 วันสำหรับยามีล ที่ถูกพบครั้งแรกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2562 เวลาหกโมงเย็น โดยชาวบ้านบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พบว่ามันเกยตื้นที่ชายหาดบ่อม่วง ต.ทรายขาวในสภาพที่ยังมีชีวิต
ความช่วยเหลือแรกของชาวบ้านพยายามร่วมกันผลักดันมันให้ลงทะเลและไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ แต่คล้อยหลังไม่นานมันก็ถูกคลื่นซัดกลับเข้าฝั่งอีกครั้ง และครั้งนี้ชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าทีเข้ามารักษา
ห้วงเวลานั้น ยามีล ชื่อที่ถูกพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้น ซึ่งมีความหมายตามภาษายาวีว่า “ชายรูปงามแห่งท้องทะเล” ถูกเจ้าหน้าที่ไทยนำเข้ามาอภิบาลดูแล และหัวใจที่พองโตของคนไทยว่ามาเรียมจะได้มีเพื่อนที่เป็นพะยูนกำพร้าด้วยกัน หลังจากที่มาเรียมมาเกยตื้นก่อนหน้าที่จ.กระบี่เช่นกัน

2 กรกฎาคม 2562 ลูกพะยูนตัวนี้ถูกนำมาที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก แหลมพันวา จ.ภูเก็ต เมื่อเช็กทุกอย่างพบว่ายามีลมีแผลรอบตัวกว่าครึ่ง สภาพอิดโรยอ่อนแรง แต่ท่าทางยังคงแข็งแรงดี จากนั้น ยามีลก็โด่งดังขึ้นมาทันทีด้วยความน่ารัก และการเอาใจช่วยจากคนไทยทั้งประเทศให้มัน “รอด” ให้ได้
คล้อยหลัง 1 สัปดาห์ซึ่งตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ แวะเยี่ยมและให้นมยามีล ซึ่งอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ประยุทธ์ ได้เอ่ยกับยามีลดั่งที่สัตว์ร่วมโลกจะพึงมีน้ำใจและความเป็นห่วงต่อกัน ว่า “ขอให้หายเร็วๆ และเติบโตเป็นพะยูนที่แข็งแรงต่อไป”
ท่าทีของยามีลดูเหมือนว่าจะดีวันดีคืน จากพบวันแรกมีอายุประมาณ 3 เดือน ความยาว 111 เซนติเมตร รอบตัว 66 เซนติเมตร น้ำหนัก 25 กิโลกรัม คล้อยหลังมาเกือบเดือน มันเติบโตขึ้นด้วยขนาดความยาวของลำตัว 112 เซนติเมตร 71 เซนติเมตร หนักขึ้นมาอีก 2 กิโลกรัม กินนมได้มากขึ้น ขับถ่ายดีขึ้น ที่สำคัญมันร่าเริงแจ่มใสมากขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น
ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์รวมถึงคนไทยเริ่มมีความหวัง และพร้อมจะฝึกมันให้รู้จักกับท้องทะเลอันจะเป็นบ้านหลังที่กว้างใหญ่ไพศาลของมันในอนาคต ด้วยการช่วยทำแผงหญ้าทะเลเทียมให้หัดกินใต้น้ำ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
เหมือนอีกนัยหนึ่งมันรู้ว่าเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน “มาเรียม” ได้จากมันไปแล้ว

เช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ทีมสัตวแพทย์ พบยามีลมีอาการเกร็งท้องอย่างต่อเนื่อง การรักษาพอทำให้ทรงตัวขึ้นจากการใช้ยากระตุ้นอาหาร พร้อมกับสอดท่อระบายแก๊สเพราะลำไส้มีการสะสมของแก๊สจำนวนมาก ยามีลไม่ขยับตัว ก่อนที่ 12 สัตวแพทย์มือดีจากทั่วประเทศ จะระดมทุกอย่างที่มีเพื่อวางแผนยื้อชีวิตยามีล พะยูนน้อยกำพร้าให้อยู่คู่กับคนไทยต่อไปให้ได้ เพราะก่อนหน้านี้หลังจากเสียมาเรียมก็มาพร้อมกับความเศร้าโศกของคนไทยมากพอแล้ว
22 สิงหาคม คณะสัตวแพทย์ตัดสินใจเลือกวิธีผ่าตัดให้กับยามีล เพราะเมื่อ 17.00 น.ยามีลมีอาการทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤต เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลวิชระ ภูเก็ต เพื่อผ่าตัดโดยใช้กล้อง Endoscope นำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในบริเวณกระเพาะอาหารออก โดยการอัดแน่นของหญ้าทะเล เกิดจากสภาวะลำไส้หยุดทำงาน เป็นสาเหตุให้เกิดการสะสมและเกิดการสร้างแก๊สขึ้นในระบบทางเดินอาหาร โดยแก๊สที่เกิดขึ้นทำให้ผนังลำไส้บางลง เกิดการแตกของเส้นเลือดฝอยและเกิดภาวะการติดเชื้อตามมา นอกจากนี้แก๊สที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปดันบริเวณปอดทำให้เกิดการหายใจติดขัดด้วย
20.30 น.ของวันเดียวกัน ยามีลออกจากห้องผ่าตัดซึ่งได้สลายการเกาะแน่นของหญ้าทะเล และถูกนำมาพักฟื้นยังบ่ออนุบาลที่ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน แต่มันยังมีอัตราการเต้นหัวใจที่ต่ำลง และมีภาวะช็อกเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ได้แต่หวังว่ายามีลจะต้องรอดในคืนนี้ เพื่อการพักฟื้นและเข้ารับการรักษาต่อในวันถัดไป
แต่เวลา 21.43 น. ยามีลเดินทางสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปอีกไม่ไหว หัวใจของยามีลหยุดเต้น แม้สัตวแพทย์จะ CPR ดึงมันกลับมาอีกครั้ง แต่ยามีลไม่ได้กลับมา
ยามีล…จากไปอย่างสงบ
อ้างอิง: thaiquote