“การบินไทย” ทรุดต่อเนื่อง ปี 62 ขาดทุน 1.2 หมื่นล้าน


เชิดหัวไม่ขึ้น “การบินไทย” แจ้งผลประกอบการปี 62 ขาดทุน 12,017 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 448 ล้านบาท เหตุสงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง รวมค่าใช้จ่ายเงินตอบแทนความชอบในการทำงาน 2,689 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้แจ้งผลประกอบการปี 2562 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 2 มี.ค.63 บริษัทและบริษัทย่อยมีขาดทุนสุทธิ 12,017 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 448 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.9% โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,042 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 5.52 บาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.19 บาทต่อหุ้น หรือ 3.6%

เนื่องมาจากบริษัทมีรายได้รวมทั้งปี 62 อยู่ที่ 184,046 ล้านบาท ลดต่ำลงจากปีก่อน 15,454 ล้านบาทหรือลดลง 7.7% โดย รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลงรวม 15,767 ล้านบาท หรือลดลง 8.6% ส่วนค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 196,470 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 12,088 ล้านบาท หรือลดลง 5.8% เนื่องจากค่าใช้จ่ายน้ำมันลดลง 5,421 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% จากราคาน้ำมันลดลง 8.2% ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมน้ำมันลดลงจากปีก่อน 6,580 ล้านบท หรือลดลง 4.6%

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้บริษัทขาดทุนเนื่องจาก ผลกระทบจากสงครามการค้า การแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายจากการประมาณการเงินตอบแทนความชอบในการทำงานจำนวน 2,689 ล้านบาท โดยบริษัทได้รับค่าชดเชยเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 4) ที่กำหนดอัตราค่าชดเชยเพิ่มเติม กรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายจำนวน 400 วัน

และบริษัทยังมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบินจำนวน 634 ล้านบาท

ขณะนี้ยังพบว่าปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารในปี 62 นั้น ลดลง 2.7% จากการปรับลดเที่ยวบินที่ไม่ทำกำไร และต้องหยุดบินในบางเส้นทางจากเหตุการณ์สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ประกาศปิดน่านฟ้า ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ลดลง 0.9% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 79.1% สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 77.6% และจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 24.51 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.8%

อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังแจ้งว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ได้ยื่นหนังสือลาออกจำนวน 3 คน และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.63 เป็นต้นไป ได้แก่

1.นางปรารถนา มงคลกุล

2.นายพินิจ พัวพันธ์

3.นางสาวศิริกุล เลากัยกุล