รองนายกรัฐมนตรีระบุ มีความเป็นไปที่จะได้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเดือนกรกฎาคมจะมีเปิดภาคเรียน, เปิดสนามบิน และมีวันหยุดยาว หากใช้แต่ พ.ร.บ.โรคติดต่อ จะไม่สามารถบูรณาการตำรวจ, ทหาร และพลเรือนได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีที่การประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ว่า วันที่ 1 กรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เดิมหมดอายุ ขณะเดียวกันจะเป็นวันที่เปิดภาคเรียน และเปิดสนามบินซึ่งจะมีการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น แล้วยังตามด้วยวันหยุดยาว จึงทำให้มีปัจจัยคิดพร้อม ๆ กันหลายเรื่อง

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ทางเลือกคือ ใช้ต่อ, ยกเลิก หรือใช้ต่อไป แต่มาตรการทั้งหลายอาจจะลดลง เช่น ยกเลิกเคอร์ฟิว ให้ชุมนุมได้ แต่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ให้ครอบคุลม เพื่อการจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที

เนื่องจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อ มีหลายเรื่องที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างที่ทำในปัจจุบัน เพราะ พรบ.โรคติดต่อเป็นอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข คนที่มีอำนาจก็คือกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อ ส่วนตามจังหวัดก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งพนักงงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้ง จะไม่สามารถบูรณาการตำรวจ, ทหาร และพลเรือนได้

นอกจากนี้นายวิษณุ ยกตัวอย่างว่า หากคนเดินทางลงจากเครื่องบินมา แล้วติดโควิด-19 ต้องคุมตัวไปที่สัตหีบ ถ้าภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะเหมือนปัจจุบัน รับช่วงเป็นทอด ๆ ได้ แต่ถ้ายกเลิกไป แล้วใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ จะทำอย่างไร ในกรณีข้ามจังหวัด เพราะอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ดังนั้น หากนำตัวไปสัตหีบ ต้องเริ่มต้นด้วยผู้ว่าฯ กทม. ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ผู้ว่าฯชลบุรี ต้องออกคำสั่งเป็นทอดๆ ในการนำรถขนคนไปกักตัวที่สัตหีบ และเมื่อไปถึงสัตหีบ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพราะทุกวันนี้รัฐเป็นผู้ดูแล เพราะรัฐเป็นคนประกาศปิด

ส่วนเรื่องการเตรียมการ หากจะต้องยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 กรกฎาคม นายวิษณุ กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างเตรียมการอยู่ โดยหาก 15 วันหลังของเดือนมิถุนายน ไปจนถึง 30 มิถุนายน สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม ทุกคนให้ความร่วมมือ ก็ดำเนินการแบบนี้ต่อ ก็น่าจะปลอดภัย

อ้างอิง: สำนักข่าวไทย