เปิดเงื่อนไข “11 กลุ่มต่างชาติจากเป้าหมาย 5 ประเทศ” เข้าไทยได้ 1 ก.ค.นี้


พร้อมยัง? เผยทุกเงื่อนไข “11 กลุ่มต่างชาติจากเป้าหมาย 5 ประเทศ” เข้าไทยได้ 1 ก.ค.นี้ หลังรัฐเดิมพันหากราบรื่น ฟื้นคืนประเทศก็น่าจะง่ายตาม

ประเด็นสำคัญสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทย นาทียังคงต้องจับตา “การเปิดประเทศ” สำหรับชาวต่างชาติเพื่อให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ในบ้านเราเริ่มดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะตัวเลขติดเชื้อภายในประเทศที่ไม่เจอคนติดไวรัสโควิด-19 แม้แต่รายเดียวมานานถึง 35 วัน

แต่เหตุผลเพียงเท่านี้จะเพียงพอหรือไม่ที่เราจะเปิดรับต่างชาติเข้ามาแล้ว เพราะตัวเลขการติดเชื้อจากผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เรายังคงเห็นอยู่เหมือนกัน แม้ว่ารัฐจะคุมการระบาดเอาไว้ให้อยู่ในสถานกักกันสำหรับผู้ที่ติดเชื้อตามระเบียบ 14 วันก็ตาม

กระนั้น รัฐบาลเองก็เดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะล่าสุด สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT โดยมีการประกาศ “เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย” ลงนามไว้โดยนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. ด้วยตัวเอง

ความหมายตามประกาศนี้คือการอนุญาต ให้สายการบินต่างชาติบินเข้า-ออกในประเทศไทยได้ เพื่อพาต่างชาติทั้งหลายที่มีเหตุผลเพียงพอให้เดินทาง เข้าประเทศไทยได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตรงกัน โดยกำหนดให้ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อเวลาถึง 00.01 น. ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ในรายละเอียดประกาศของ กพท. ระบุว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้มีการห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศ ไทยเป็นการชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563 เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือโรคโควิด –19 นั้น

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการจำกัดการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้สอดคล้องกับความสามารถในการจัดการคัดกรองของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามมาตรการป้องกันโรค และเพื่อการควบคุมและป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ อากาศยานบินผ่าน บินเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร หรือขึ้นลงในราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 อากาศยานดังต่อไปนี้สามารถทำการบินผ่าน บินเข้าออกนอกราชอาณาจักร หรือขึ้นลง ในท่าอากาศยานที่ให้บริการการบินระหว่างประเทศได้ เมื่อได้รับการอนุญาตการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

(1) อากาศยานราชการหรือที่ใช้ในราชการทหาร (State or Military aircraft)

(2) อากาศยานที่ขอลงฉุกเฉิน (Emergency landing)

(3) อากาศยานที่ขอลงทางเทคนิค (Technical landing) โดยไม่มีผู้โดยสารออกจากเครื่อง

(4) อากาศยานที่ทำการบินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ทำการบินทางการแพทย์ หรือการขนส่งสิ่งของเพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด –19 (Humanitarian aid, medical and relief flights)

(5) อากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับประเทศไทยหรือกลับภูมิลำเนา (Repatriation)

(6) อากาศยานขนส่งสินค้า (Cargo aircraft)

ข้อ 2 อากาศยานขนส่งคนโดยสารที่จะทำการบินผ่าน บินเข้าออกนอกราชอาณาจักร หรือขึ้นลงในท่าอากาศยานในราชอาณาจักรที่ให้บริการการบินระหว่างประเทศ จะได้รับอนุญาตการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเฉพาะเมื่อผู้โดยสารหรือผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรนั้นเป็นบุคคล ประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ผู้มีสัญชาติไทย

(2) ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนด เงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้

(3) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย

(4) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

(5) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสหรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

(6) ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น แต่เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว

(7) ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน

(8) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทย ที่ทางการไทยรับรอง ตลอดจนบิดามารดาหรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว

(9) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทยและผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด –19

(10) บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือบุคคลในหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น ตลอดจนคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของบุคคลดังกล่าว

(11) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) กับต่างประเทศ

ข้อ 3 อากาศยาน และผู้โดยสารหรือผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อ 2 จะต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไข เงื่อนเวลาและหลักเกณฑ์ของผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีผลบังคับใช้อยู่ เพื่อการป้องกันโรคและจัดระเบียบจำนวนบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรให้สอดคล้องกับความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองและการจัดสถานที่ไว้กักกัน (quarantine) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

เช็กรายละเอียด 5 ประเทศได้ไฟเขียว ส่งคนมาไทยได้

ตามประกาศของ กพท. จะเห็นว่ามีกลุ่มคนทั้งหมด 11 กลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศไทยได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งจุดหนึ่งที่เหมือนกันคือทั้งหมดจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 จากประเทศต้นทาง พร้อมกับมีใบรับรอง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยที่เป็นปลายทาง ก็ต้องผ่านการตรวจซ้ำ

สำหรับรายละเอียดของประกาศนี้ รัฐบาลให้คำจำกัดความว่าเป็นการจัดทำความตกลงพิเศษ (Special Arrangement) จากการแถลงของศบค. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า เบื้องต้นอาจจะกำหนดให้เดินทางเข้าประเทศในทุกกลุ่มอยู่ที่วันละไม่เกิน 200 คน โดยมีประเทศเป้าหมาย 5 ประเทศด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ญี่ปุ่น 2.เกาหลีใต้ 3.สิงคโปร์ 4.จีน และ5.ฮ่องกง โดยมีเกณฑ์พิจารณาการอนุญาตรวม 4 เรื่องสำคัญ คือ 1. มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย 2.ควบคุมการบาดได้ดีใกล้เคียงกับไทย 3.มีระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ และ 4.มีความพร้อมและความสนใจทำความตกลง

แต่รูปแบบ “การเข้าประเทศไทย” ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะรัฐบาลวางระบบเอาไว้ 2 แนวทางสำหรับการเดินทางเข้ามา คือ 1.ระบบ Normal Track และ 2.ระบบ Fast Track ซึ่งทั้งสองระบบก็มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่สำคัญเช่นกัน คือ

1.ระบบ Normal Track (เข้าประเทศตามปกติ)

– กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานาน
– กักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด เป็นเวลา 14 วัน รวมถึงต้องรับผิดชอบค่าจ่ายเอง

2.ระบบ Fast Track (เข้าประเทศอย่างเร่งด่วน)

– กลุ่มนักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย
– เดินทางเข้ามาระยะสั้นไม่เกิน 14 วัน
– ร่นระยะเวลาการกักตัว
– เดินทางมาจากประเทศที่มีข้อตกลงพิเศษร่วมกันกับไทย
– จะมีเงื่อนไขการตรวจสอบที่เข้มงวดกว่าระบบ Normal Track อาทิ ตรวจหาเชื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง ต้องถูกติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชัน และต้องมีกำหนดการเดินทางที่ชัดเจน

จะเห็นได้ว่า ทุกกลุ่มจะต้องมีการ “กักตัว” เพียงแต่ว่ากลุ่มที่เข้ามาตามระบบ Fast Track จะยังไม่มีกำหนดว่าจะต้องกักตัวกี่วัน แต่แน่นอนว่าจะไม่ใช่ 14 วันเหมือนกันกับ ระบบ Normal Track แน่นอน กระนั้นก็ตาม ยังมีอีกกลุ่มที่จะอนุญาตให้เข้ามา ในฐานะ “แขก” ของรัฐบาล ที่รัฐบาลเองก็ต้องรับรองให้พวกเขาด้วย โดยมีเงื่อนไข 6 ข้อ ดังนี้

1.เข้ามาเป็นคณะเล็กไม่เกิน 10 คน

2.เป็นการเดินทางระยะสั้น

3.มีการตรวจสอบ และรับรองการปลอดเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศต้นทาง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

4.ให้หน่วยงานราชการเป็นเจ้าภาพเชิญแขกระดับสูง และพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะเพื่อติดตาม

5.ให้มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงติดตามคณะด้วย

6.ต้องจำกัดการเดินทางเฉพาะกำหนดการที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ห้ามคณะเดินทางไปในที่สาธารณะ รวมถึงห้ามใช้ระบบขนส่งมวลชนอย่างเด็ดขาด

เมื่อเป็นไปตามนี้ แน่นอนว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะประชุมกันในวันนี้ (30 มิถุนายน 2563) จะต้องเอาเรื่องนี้เข้าไปคุยพิจารณาอย่างแน่นอน เพราะระยะที่ผ่านมารัฐบาลก็เดินหน้าเรื่องนี้อย่างหนักเพื่อเปิดประเทศ ให้เกิดการลงทุน การช่วยเหลือ และท้ายที่สุดก็วางระบบที่น่าจะปลอดภัยสำหรับคนในประเทศที่สุดออกมา กำหนดตามเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ต่างชาติพิจารณาหากจะเดินทางมายังประเทศไทยตามวัตถุประสงค์

แต่ในส่วนของการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว ยังไม่อาจเกิดขึ้นได้ในเร็ววันนี้ และคาดกันว่าจะเปิดให้ต่างชาติมาเที่ยวเร็วที่สุดได้ภายในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แต่กระนั้น จากข้อมูลล่าสุดก็ทำให้เห็นภาพว่าประเทศไทยกำลังเริ่มหาทางเพื่อฟื้นตัวจากพิษโควิด-19 อย่างจริงจัง โดยเลือกเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติที่ไทยเองก็ต้องการ

อีกทั้ง หากการเปิดประเทศในครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา หากว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ ทุกอย่างราบรื่น มันจะเป็นเครดิตชิ้นโตจากต่างประเทศที่่รัฐบาลจะได้ใช้เพื่อเดินต่อเพื่องานข้างหน้าในการฟื้นคืนเศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยให้ดีที่สุด