เหตุผลสำคัญ ที่ทำเจ้าของแฟรนไชส์ Pizza Hut ในสหรัฐฯ ถอดใจและขอยื่นล้มละลายในที่สุด


NPC International Inc. เจ้าของแฟรนไชส์ Pizza Hut ในสหรัฐฯ ตัดสินใจยื่นขอล้มละลายใน Chapter 11 กับศาลของรัฐเท็กซัส หลังบริษัทต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

Pizza Hut ต้องเผชิญการแข่งขันในธุรกิจอาหารที่ดุเดือด แม้ว่าบริษัทจะทำได้ดีจากยอดขายในเดือนเมษายน และพฤษภาคมที่เติบโตขึ้นจากการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล และเดลิเวอรี่ แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีท่าทีจะลดลงในสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายทั้งปีของบริษัท อีกทั้ง NPC ต้องรับสภาวะการเป็นหนี้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม การยื่นขอล้มละลายใน Chapter 11 หมายความว่า NPC ยังสามารถดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ Pizza Hut ได้ต่อไป พร้อมกับการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ เพื่อปรับโครงสร้างใหม่ สอดคล้องกับแถลงการณ์ของ Pizza Hut ที่ระบุว่า การยื่นขอล้มลายใน Chapter 11 ของ NPC ถูกคาดหวังที่จะเห็นโอกาสที่ดีในอนาคตของร้าน Pizza Hut การเลือกกระบวนการนี้จะสนับสนุนองค์กร ปรับโครงสร้างหนี้ และมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงาน ลงทุนในร้านอาหารระดับสูงมากขึ้น

นอกจากนี้ ในเรื่องของตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ด ทาง Pizza Hut ต้องเผชิญกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องต้นทุนการจัดการที่ต้องแบกรับค่าแรง/ค่าอาหารที่สูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มบริการแบบเดลิเวอรี่มากขึ้นก็ตาม เช่นเดียวกับคู่แข่งในตลาดฟาสต์ฟู้ดที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันทั้ง Domino’s Pizza Inc. และ Papa John’s International Inc. ที่เข้ามาครองส่วนแบ่งทางการตลาด

ทั้งนี้ NPC เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ซีที่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจเปิดร้าน Pizza Hut ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีร้านอยู่ทั้งสิ้น 1,225 สาขา

ที่มา: CNBC