ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่หนักหนาสาหัสของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง มาดูกันว่าผ่านไปครึ่งปีแรกของปีที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งของไทย มีผลประกอบการเป็นอย่างไรกันบ้าง
ไทยพาณิชย์ เผยครึ่งปีแรก 63 กำไร 17,611 ล้านบาท
ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบ) ในไตรมาส 2 ของปี 2563 จำนวน 8,360 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากการตั้งเงินสำรองที่สูงขึ้น ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2563 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 17,611 ล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการครึ่งปีแรก 63 กำไร 9,550 ล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในไทยไตรมาส 2 ปี 2563 คาดว่า จะหดตัวลึกที่สุดของปี โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดเมืองของไทยและต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าที่หดตัวลงอย่างมาก เช่นเดียวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซาลง ซึ่งทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาที่ระดับ 0.50% ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเริ่มใช้มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ รวมถึงวางแนวทางสำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงิน
ธนาคารทหารไทย รายงานกำไรครึ่งปีแรก 63 อยู่ที่ 7,258 ล้านบาท
ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ปี 2563 ในวันนี้ โดยสำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี ทีเอ็มบีมีรายได้เพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้จากธนาคารธนชาตเข้ามาในงบการเงินรวม ขณะที่การบริหารค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานและเพื่อการรวมกิจการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ เพิ่มขึ้น 119.2% จากครึ่งแรกของปี 2562 มาอยู่ที่ 18,653 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 9,732 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีทั้งส่วนที่เป็นการตั้งสำรองฯ ตามเกณฑ์และส่วนที่ตั้งเพิ่มเติมเพื่อรองรับแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ด้านคุณภาพสินเชื่อเน้นการบริหารจัดการในเชิงรุก ทำให้สามารถลดอัตราส่วนหนี้เสียลงมาอยู่ในระดับต่ำที่ 2.34% ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ และภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.6% จากครึ่งแรกของปีก่อน
ธนาคารกรุงไทย แจ้งกำไรครึ่งปีแรกลด 33% ทุ่มกันสำรองฯ สินเชื่อโต 9%
ธนาคารกรุงไทย (KTB) แจ้งครึ่งแรกของปี 2563 มีกำไรจากการดำเนินงาน 37,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสามารถรักษาระดับของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีอัตราต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือลูกค้าจากการแพร่ระบาดของโควิต-19 และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง พร้อมกันนั้น ธนาคารได้ตั้งสำรองในระดับที่สูง เพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ธนาคารกรุงศรี รายงานผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 63 จำนวน 13.5 พันล้านบาท สินเชื่อเติบโต 2.0%
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือ รายงานผลการดำเนินงานสำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2563 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 13.5 พันล้านบาท ลดลง 31.4% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นจำนวน 50% ของบริษัท เงินติดล้อ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ลดลง 2.9% หรือจำนวน 0.4 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2562 โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 4.3 พันล้านบาท ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 และนโยบายการตั้งสำรองด้วยความรอบคอบระมัดระวังในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรง
ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรครึ่งแรกปี 2563 จำนวน 10,765 ล้านบาท ลดลง 41%
ธนาคารกรุงเทพ รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2563 จำนวน 10,765 ล้านบาท ซึ่งได้รวมผลประกอบการของธนาคารเพอร์มาตาตั้งแต่วันที่ธนาคารเข้าถือหุ้น โดยกำไรสุทธิลดลงจากครึ่งแรกของปี 2562 คิดเป็น 41.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 18,375 ล้านบาท และมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ 3,094 ล้านบาท ลดลง 66.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 9,347 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อกันเงินสำรองสำหรับความไม่แน่นอนที่อาจเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่หดตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการคาดการณ์วิกฤตในครั้งนี้ยังยากที่จะคาดคะเนเพราะเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบกว้างไกลต่อระบบเศรษฐกิจโลกไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจโดยตรงเหมือนที่ผ่านมาในอดีต