ไทยมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน หลังบริษัทญี่ปุ่นถอนจากผลิตออกจากจีน พร้อมมองมาที่อาเซียน


ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มาจากจีนส่งผลกระทบต่อ Supply chain ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีฐานผลิตอยู่ในจีนที่กระบวนการผลิตสินค้าของพวกเขาต้องหยุดชะงัก ส่งผลต่อการจำหน่าย และต้องสูญเสียรายได้ที่จะเข้ามา

จากปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้บริษัทหลายรายเริ่มมองหาฐานผลิตใหม่นอกเหนือจากจีน เพื่อเป็นการลดความเสียหายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง รวมถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อกันมาเป็นระยะเวลานานและยังหาข้อสรุปออกมาไม่ได้

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัทจากญี่ปุ่นกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ สอดคล้องกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พูดถึงเรื่องนี้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนให้บริษัทย้ายฐานการผลิตออกจากจีน โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามีบริษัทอย่างน้อย 87 รายที่เตรียมย้ายออกจากจีน และจะมีบริษัทบางส่วนได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณ 70,000 ล้านเยน (ราว 20,000 ล้านบาท)

ย้ายจากจีนแล้วไปไหน

สำหรับจุดหมายของการย้ายฐานผลิตของบริษัทญี่ปุ่นมีทั้งกลับประเทศตัวเอง รวมถึงกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น ไทย, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกันแต่ละประเทศดูเหมือนว่าเวียดนามจะมาเป็นอันดับ 1 โดยดูจากจำนวน 87 บริษัทที่ย้ายฐานผลิตออกจากจีนที่มี 30 บริษัทเลือกย้ายมายังภูมิภาคอาเซียน แบ่งเป็น 15 บริษัทไปเวียดนาม, ไทย 6 บริษัท, มาเลเซีย 4 บริษัท, ฟิลิปปินส์ 3 บริษัท, อินโดนีเซีย 1 บริษัท และสปป.ลาว 1 บริษัท

อาจจะกล่าวได้ว่าการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนของบริษัทญี่ปุ่นเป็นการคิดถึงในเรื่องของการลดการพึ่งพาจีน โดยมองทางเลือกที่สองไว้รองรับหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ให้บทเรียนชั้นดี

ที่มา: asia.nikkei