ยอดขาย McDonald ’s ในไตรมาส 2 ลดลง 30% เตรียมปิด 200 สาขาในสหรัฐฯ


ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด McDonald ’s ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของธุรกิจ พบยอดขายลดลง 30% ส่วนกำไรสุทธิลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2005

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ของ McDonald ’s พบว่ามีรายได้อยู่ที่ 3.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 483 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขที่ออกมาเป็นผลมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมษายน-มิถุนายน 2020 ในสหรัฐฯ

Chris Kempczinski ซีอีโอของ McDonald’s กล่าวว่าหลายตลาดทั่วโลก รวมถึงสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก เห็นได้จากผลประกอบการที่ออกมาในไตรมาส 2 ซึ่งตนเชื่อว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินงานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่นี้ได้

ด้าน Kevin Ozan หัวหน้าฝ่ายการเงิน ระบุว่าแม้ตัวเลขจะออกมาหดหู่ แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเราสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น ตัวอย่างในสหรัฐฯ ที่ยอดขายเดือนเมษายนลดลง 19.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา, เดือนพฤษภาคม ลดลง 5.1%, เดือนมิถุนายน ลดลงเหลือ 2.3% ซึ่ง McDonald’s หวังว่าในเดือนกรกฎาคมยอดขายจะมีแนวโน้มดีขึ้น

ไม่เพียงแต่ยอดขายในสหรัฐฯ ที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยอดขายของ McDonald’s ทั่วโลกที่ลดลง 39% ในเดือนเมษายน, เดือนพฤษภาคม ลดลง 21% และเดือนมิถุนายน ลดลง 12%

เมนูชุดอาหารเช้าของ McDonald’s ถือว่าชุดเมนูที่ช่วยผลักดันยอดขาย แต่ต้องประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผู้คนไม่ออกจากบ้าน งดการเดินทาง จึงทำให้สูญเสียรายได้ในส่วนนี้ไป

สำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไปของ McDonald’s เตรียมที่จะปรับกลยุทธ์ด้วยการให้ความสำคัญกับบริการเดลิเวอรี่มากขึ้น ทำสาขาให้เหมาะกับการบริการแบบ Drive-Thru รวมถึงแผนการปิดสาขาจำนวน 200 แห่ง จากทั้งหมด 14,000 แห่งในสหรัฐฯ ภายในปีนี้ ซึ่งครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้จะอยู่ในสาขาของ Walmart

ที่มา: CNN