ดิ้นเฮือกสุดท้าย!! ธนาคารอิสลามคว้านหาพันธมิตร


รายการเที่ยงวันทันกระแส รายงานว่า นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหาพันธมิตรร่วมทุนว่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนปลายไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยขณะนี้มีสถาบันการเงินต่างชาติแสดงความสนใจเข้ามาขอดูข้อมูลทางการเงินและสถานะของธนาคารแล้วหลายราย ผ่านที่ปรึกษาทางการเงิน คือ บล.ทิสโก้ และแมคไควรี แคปปิตอล จากออสเตรเลีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง และทุกรายที่ขอดูข้อมูลการเงินจะต้องทำสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล

         นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ธนาคารจะเปิดดำเนินการให้ผู้ที่สนใจร่วมทุนเสนอราคาเข้ามาโดยการประมูล และเมื่อได้ผู้ชนะประมูลจะมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง ให้แก่พันธมิตรดังกล่าวต่อไป คาดว่าขั้นตอนการดำเนินการร่วมทุนจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ปี นี้ และจะทำให้ไอแบงก์เป็นสถาบันการเงินที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าชาวมุสลิม ทั้งในประเทศไทยและมุสลิมทั่วโลกได้ภายในสิ้นปี 2559

ทั้งนี้ การเข้ามาร่วมทุนของพันธมิตรใหม่หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคารปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.5% ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด จากปัจจุบันที่ยังมีบีไอเอสติดลบสูงถึง 21% ขณะเดียวกันจะยังทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังและออมสิน ลดลงเหลือเพียง 25.5% จากปัจจุบันที่ถือหุ้นรวมกัน 88% ขณะที่ กระทรวงการคลังจะขายหุ้นให้พันธมิตร ซึ่งอาจมีเพียง 1 ราย หรือเป็นทีมไม่มีข้อจำกัด แต่จะพิจารณาจากเงื่อนไขและราคา ซึ่งการเข้ามาร่วมทุนของพันธมิตรจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นภาครัฐลดลงเหลือ 25.5%

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/