อย่าตีมึน!! “ขายของออนไลน์” เตรียมโดนภาษี


รายการเที่ยงวันทันกระแส รายงานว่า รายงานข่าว ระบุถึงการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการขอข้อมูลบุคคลที่ 3 เพื่อเชื่อมข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและข้อมูลทางการเงินว่า ล่าสุด นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวที่เชื่อมโยงระหว่างกรมกับธนาคารแบบออนไลน์ ทำให้การตรวจสอบภาษีในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น และสามารถตรวจสอบความผิดปกติทางการเงินและการเสียภาษี รวมถึงทำให้กรมขอข้อมูลของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ไปเช่าเว็บไซต์ เพื่อขายของออนไลน์ได้ โดยคาดว่าแนวทางนี้จะทำให้ภาษีทางอ้อมคือภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากที่ขณะนี้ กรมเก็บภาษีแวตทางอ้อมประมาณ 3.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะเก็บเพิ่มได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ จะเสนอกฎหมายให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนมิถุนายนนี้ ระหว่างนี้ได้ปรับปรุงระบบไอทีเพื่อเชื่อมข้อมูลกับธนาคาร ซึ่งต่อไปกรมจะสามารถดูข้อมูลการเงินของผู้เสียภาษีได้ทั้งหมด คาดว่าทั้งกฎหมายแลระบบไอทีที่ปรับปรุงจะเสร็จในปี 2560 ซึ่งจะทำให้รายได้ของกรมปรับเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นแวตที่เก็บอยู่ 7%

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวด้วยว่า จะเริ่มแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้สอบบัญชีและผู้เสียภาษีทราบ เพื่อให้สอดคล้องระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) ที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการ รวมถึงการทำบัญชีเดียว ซึ่งผู้ประกอบการที่ยังทำผิดกฎหมายจะเริ่มเข้ามาในระบบมากขึ้น เห็นได้จาก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสนใจมากขึ้นที่จะเข้าระบบ ประมาณ 4.7 แสนราย เกินกว่าเป้าที่กำหนดไว้ 3.5 แสนราย อย่างไรก็ดี กรมคาดว่าโครงการบัญชีเดียวทำให้สูญเสียรายได้ปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะในอนาคต หากระบบอีเพย์เมนต์เรียบร้อย การเชื่อมระบบกับธนาคารแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการมีการทำบัญชีเดียวมากขึ้น ภาษีที่จะกลับคืนมาอีกหลายแสนล้านบาท 

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/