ภาครัฐ อัด-กระตุ้น หนุน “Start up”


รายการเที่ยงวันทันกระแส รายงานว่า           รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวิสาหกิจเริ่มต้น (Start up) ของประเทศ ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การส่งเสริมให้ Start Up สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น 2. การสนับสนุน Start up ให้มีความพร้อมในการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ 3. การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเป็นเจ้าของกิจการ (Entrepreneurship) (อองเทอพะเนอ ชิบ) และ 4. การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน Start up ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและสนับสนุน Start up ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น กระทรวงการคลังได้กำหนดมาตรการ ดังนี้

          1. แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (National Start up Committee) โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์หลัก (Grand Strategy) เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา Start up ของประเทศใน 4 ประเด็นหลักดังกล่าวข้างต้น

          2. จัดตั้งกองทุนเพื่อร่วมลงทุนกับ Start up โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนในด้านแหล่งเงินทุนให้กับ Start up เป็นการเฉพาะ ซึ่งจะจัดตั้งกองทุนเพื่อร่วมลงทุนกับ Start up โดยมีวงเงินลงทุนเริ่มแรกประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีแหล่งเงินทุนจากกองทุนรวมวายุภักษ์ และธนาคารกรุงไทย ซึ่งรูปแบบและวิธีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุน Start up กระทรวงการคลังจะพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

 ขณะที่ ทางด้านกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ 4 พันธมิตรผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนนอก โดยได้ผสานความร่วมมือระหว่าง 5 หน่วยงานในการดำเนินโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดำเนินโครงการร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (องค์การ UNIDO)

       ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงจึงต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Town) แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนธุรกิจขนาดเล็กๆ หรือ SMEs มักจะประสบปัญหาไม่มีงบประมาณมากพอในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นของตนเอง

            โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เร่งให้เกิดการพัฒนาของผู้ประกอบการ SMEs ใหม่ๆ และกลุ่ม Startup ให้หันมาสนใจการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีสะอาดภายในประเทศ โดยได้รับเงินสนับสนุนในการดำเนินโครงการจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF)กว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะเวลา 3 ปี

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/