Yes !! “บ้าน”ถูกที่สุดใน 3 โลก พร้อมแล้วจร้า


รายการข่าวค่ำทันโลก รายงานว่า นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ โดยให้สถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย สนับสนุนสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน ทั้งสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สำหรับผู้พัฒนาโครงการ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองหรือซ่อมแซม หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการสนับสนุนประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอนหรืออาชีพอิสระ ที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

          ทั้งนี้ มาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ธอส., ออมสิน และ กรุงไทยฯ ร่วมกันจัดวงเงินสินเชื่อประมาณ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 2 ปี เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้เอกชนผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการเคหะแห่งชาติ ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธอส. และธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน วงเงิน 40,000 ล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 30 ปี

          สำหรับอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนการกำหนดอัตราส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน แบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้าง ราคาไม่เกิน 700,000 บาทต่อหน่วย และวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและ/หรือต่อเติมที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อหน่วย และอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนสำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่าซื้อ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ราคามากกว่า 700,000 บาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย

          สำหรับโครงการที่ออกมาครั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้เข้าไปชดเชยอะไร เพราะทางสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จะเป็นผู้รับภาระเองทั้งหมด ถือเป็นการคืนกำไรให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป้นของตัวเอง โดยผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม จะต้องไม่มีที่อยู่อาศัยของตัวเองมาก่อน

           อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนของภาคเอกชน ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการฯ ต้องรับภาระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ 2% ของราคาที่อยู่อาศัย และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง 1% ของมูลค่าจำนอง เป็นระยะเวลา 2 ปี และรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีที่ 1 รวมทั้งให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่า 2% จากราคาขายสุทธิหลังหักส่วนลดปกติด้วย

        ทั้งนี้การปล่อยกู้โครงการบ้านประชารัฐไม่ทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะยังคงเงื่อนไขวิเคราะห์สินเชื่อตามปกติ เพียงแค่ปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยที่มีความสามารถชำระหนี้โดยให้ดอกเบี้ยถูกลง เพื่อให้ผ่อนค่างวดถูกลง เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น โดยรัฐบาลไม่ต้องชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารออมสินจากโครงการดังกล่าว  เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่สนับสนุนประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและดอกเบี้ยถูกไม่ได้มุ่งหวังกำไร เพียงแต่สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ขาดทุน คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อให้    ผู้มีรายได้น้อยราว 2 หมื่นราย หรือเฉลี่ยรายละประมาณ 1 ล้านบาท

ติดตามรายการข่าวค่ำทันโลกได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/