กรมธนารักษ์ปักธงลงพื้นที่เขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ


นายปรีชา มงคลหัตถี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เปิดเผยในรายการตอบโจทย์SMEว่า กรมธนารักษ์เตรียมเปิดให้เอกชนร่วมเปิดประมูลลงทุนเสนอโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด คือ พื้นที่ ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย บนพื้นที่เกือบ1พันไร่ แต่ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องของสาธารณูปโภค และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟอยู่มาก แต่ทางจังหวัดพร้อมที่ปรับปรุงพื้นที่และถนน ส่วนจังหวัดมุกดาหาร จะมี2ส่วนเนื่องจากมีถนนตัดผ่ากลางพื้นที่ บนพื้นที่มากว่าพันไร่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมทั้งไฟฟ้าและสาธารณูปโภคและการเดินทางที่สะดวก ส่วน ตราด จะมีพื้นที่8ร้อยกว่าไร่ ที่ ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ ซึ่งกรมพร้อมที่จะให้เอกชนประมูลพร้อมกันทั้ง3พื้นที่ในเดือนเมษายนนี้

สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชนนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ คือต้องเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นคนไทย มีทุนจดทะเบียน50ล้านบาทขึ้นไป มีประสบการณ์ในเรื่องของการนิคมและภาคอุตสาหกรรม และสามารถร่วมทุนได้ นอกจากนี้แผนการพัฒนาการนิคมที่เอกชนยื่นประมูลนั้น ต้องมีพื้นที่เพื่อSMEด้วย หากมีพื้นที่เพื่อOTOP ทั้งเรื่องต้นทุนแรงงาน ประโยชน์ที่ท้องถิ่นจะได้รับ และใช้วัสดุในท้องถิ่นจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

จากนโยบายภาครัฐที่ได้ประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5พื้นที่ คือ สงขลา สระแก้ง ตาก ตราดและมุกดาหาร ต่อมาได้ประกาศเพิ่มอีก5พื้นที่คือ หนองคาย เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี และนราธิวาส เป็น10พื้นที่ จึงทำให้ภาครัฐสนับสนุนการลงทุน ส่งผลให้พื้นที่มีราคาที่ดีดตัวสูงขึ้น ทำให้การลงทุนมีต้นทุนที่สูงขึ้น จึงได้หาพื้นที่มารองรับการสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันกรมธนารักษ์มีพื้นที่ 12.5 ล้านไร่ และใช้ในราชการเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พื้นที่ที่มีอยู่มีขนาดเล็กๆกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ทำให้รัฐบาลได้หาพื้นที่ป่าไม้เสื่อมโทรม พื้นที่สาธารณะ ที่มีขนาดใหญ่ เพิกถอนอาศัยอำนาจมาตรา44 จึงกำหนดให้เป็นพื้นที่ราชพัสดุ โดยมอบหมายให้กรมธนารักษ์จัดการพื้นที่เหล่านี้

ทั้งนี้ จากมาตร44 ได้ส่งเสริมในด้านการลงทุนมากยิ่งด้วย ด้วยสิทธิพิเศษต่างๆ ทั้งจากบีโอไอ สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร กรมสรรพากร / อัตราค่าเช่าปีละ 12,000 ต่อไร่ ต่อปี / ค่าธรรมเนียม160,000บาทต่อ50ปี(จากเดิมได้แค่30ปี) และสามารถต่ออายุการเช่าเพิ่มได้อีก50ปี ผู้สนใจอยากร่วมลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.treasury.go.th หรือ โทร 02-2985361