ตลาดใหญ่-กฎหมายไม่ยุ่งยาก ส่งของไปขาย”กัมพูชา”กัน


          นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ประธานคณะกรรมการสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่า การค้าระหว่างประเทศไทย และกัมพูชามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมูลค่าการค้าขายระหว่างสองประเทศอยู่ที่ระดับ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ซึ่งแบ่งออกเป็นประเทศไทยส่งออกไปยังกัมพูชาราว 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และกัมพูชาส่งออกมายังประเทศไทยมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และคาดว่าในปี 63 การซื้อขายระหว่างทั้ง 2 ประเทศนี้จะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และคาดหวังว่าในอนาคตสัดส่วนการส่งออกของแต่ละประเทศจะอยู่ในสัดส่วนเท่ากันที่ 50% จากปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาเป็นหลัก

          สำหรับความสนใจของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชานั้น มีทั้งในเรื่องของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจการให้บริการ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการแปรรูปสินค้าเกษตร สำหรับนักลงทุนจากประเทศกัมพูชานั้นส่วนใหญ่มีความสนใจที่จะเข้ามาหาพันธมิตรเพื่อที่จะเข้าร่วมลงทุนทั้งในประเทศกัมพูชา และประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะเห็นบริษัทไทยและบริษัทในกัมพูชา ร่วมมือในการลงทุนและทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้น

          นายชนิตร กล่าวถึงมุมมองการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนามว่า กัมพูชามีความเหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมาย การใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และเป็นประเทศมีขนาดใหญ่เพียงพอในการที่จะขยายกิจการขนาดใหญ่ ประกอบกับเป็นฐานการลงทุนที่สามารถส่งสินค้าไปอเมริกาและยุโรปได้สะดวก ในขณะเดียวกันปีนี้ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา จะมีการเปิดด่านข้ามแดนอีก 4 แห่ง จากปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แห่ง จะทำให้การค้าชายแดนเติบโตมากขึ้นอีก         

          ขณะที่ประเทศลาวนั้นมีขนาดค่อนข้างเล็ก และประชากรไม่มากนักการจะเข้าไปลงทุนค่อนข้างยาก ขณะที่ในเมียนมาร์ยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องของกฎหมาย และชนกลุ่มน้อยค่อนข้างมาก ส่วนประเทศเวียดนามก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่

ติดตามรายการเที่ยงวันทันกระแสได้ทาง ทรูวิชั่น ช่อง 49,570 และทาง http://www.smartsme.tv/