“พาณิชย์” ขยับเป้าเขย่ายอด! คาดการค้าชายแดนปีนี้ 1.7 ล้านล้าน


กระทรวงพาณิชย์ ขยับเป้าค้าชายแดนปีนี้ 1.7 ล้านล้านบาท หลังประเมินเศรษฐกิจเพื่อนบ้านขยายตัวได้ต่อเนื่องสวนทางเศรษฐกิจโลก ภาคเอกชน แนะรัฐเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการค้าชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า

         นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้มีมติกำหนดเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนในปีนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.4% จากปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท  ปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนของไทยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ 4% จะเห็นว่าเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านยังขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา

       ขณะที่ ภาคเอกชน จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้เสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการค้าชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าใน 3 ประเด็นหลักคือ 1. ขอให้ขยายมูลค่าสินค้าอาเซียนนำติดตัว (Hand Carry) ที่เดินทางเข้า-ออกตามด่านการค้าชายแดนของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จากเดิมที่นำติดตัวมาได้ไม่เกิน 200 เหรียญสหรัฐ ให้เพิ่มเป็นไม่เกิน 3,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้เกิดการลื่นไหลของการค้าบริเวณชายแดนมากขึ้น ช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนได้ ซึ่งส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง จะนำไปพิจารณาภายใน 1 เดือน หลังจากนี้คาดว่าจะมีข้อสรุปจากนั้นกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะนำไปหารือกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

          2. ขอให้ขยายเวลาทำการของด่านการค้าชายแดน 11 แห่ง คือบริเวณ ด่านมุกดาหารด่านนครพนม ด่านเชียงของ ด่านเชียงแสน ด่านสะเดา ด่านช่องเม็ก ด่านหนองคาย บางแห่งขอให้เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยจะนำไปพิจารณาเพราะการเปิดด่านเป็นเวลานานอาจช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าได้ แต่ก็เกี่ยวข้องกับความมั่นคง จึงต้องหารืออย่างรอบคอบ

         และ 3. เสนอให้อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดนเมียนมา และกัมพูชา เพื่อลดความแออัดของรถบรรทุกสินค้า และเพื่อให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกขึ้น โดยเรื่องนี้กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการในส่วนของกัมพูชาไปแล้ว และในส่วนของเมียนมาจะดำเนินการต่อไป

       โดยในปีนี้กระทรวงพาณิชย์มีโครงการเพื่อส่งเสริมและขยายมูลค่าการค้าชายแดน เช่น การจัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยเดินทางไปเจรจาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน และการจัดโครงการจัดมหกรรมการค้าชายแดน ที่ จ.นครพนม ระหว่างวันที่ 12-14 พ.ค.นี้ ภายใต้แนวคิดขยายการค้าชายแดนเชื่อมโยงเพื่อนบ้านสู่จีนตอนใต้

      จากนั้นจะทำการขยายโครงการไปยัง จ.หนองคาย เชียงราย จันทบุรี และตราด  รวมทั้งการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศ CLMV ภายใต้โครงการ YEN-D (Young Entrepreneur Network Development Program) ที่กำลังจะเปิดตัวใน ซีซั่น 2 วันที่ 8 เม.ย.นี้

 

 

ที่มา: Smart SME TV / News