การค้าไทย ในสปป.ลาว


สปป.ลาวเปิดกว้าง ต้อนรับ AEC ให้นักลงทุนสามารถเข้าไปทำธุรกิจทั้งการค้า และการท่องเที่ยว มีนัยสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรให้ดีขึ้น ทั้งนี้อุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออกของไทย มีแนวโน้มเติบโตได้ดีหากลงทุนในสปป.ลาว

ประเทศลาวเป็นเมืองพี่ เมืองน้องกับประเทศไทยมาเป็นเวลาช้านาน จึงทำให้มีหลาย ๆ ด้าน ที่คล้ายกัน ทั้งด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วัฒนธรรม รวมถึงภาษาท้องถิ่นที่สำเนียงเหมือนกันอีกด้วย โดยหากมองในแง่ของการทำธุรกิจในสปป.ลาว เพื่อเปิดรับการเปิดการเสรีการค้าประชาคมอาเซียนที่จะถึงนี้แล้ว สปป.ลาวมีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยเนื้อที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร กับจำนวนประชากร 6,068,117 คน (ผลสำรวจในปี 2548) ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจลาว มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีการขยายการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาภายในประเทศมากขึ้น เพราะอาณาเขตที่กว้างใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร อีกทั้ง สปป.ลาวเอง ก็มีนโยบายเปิดกว้างแก่นักลงทุน ที่ต้องการเข้าไปทำการค้า การท่องเที่ยว เนื่องจากรัฐบาลเองก็มีความต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

ในด้านโอกาสของผู้ประกอบไทยในสปป.ลาว เป็นอุสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก จำพวก อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป อุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อรองรับการส่งออกไป ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ด้วยค่าแรงในสปป. ลาวต่ำ อีกทั้งรัฐบาลยังให้การสนับสนุนในการส่งออก และที่สำคัญสปป. ลาวไม่สามารถสร้างปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอได้ จึงเป็นลู่ทางนำสู่โอกาสของนักธุรกิจไทยที่มีศักยภาพด้านนี้ได้ดี ทั้งนี้สินค้าต่าง ๆ จากภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ยังมีผลผลิตน้อย เนื่องจากจำนวนประชากรน้อย ทำให้ปัจจัยในการผลิตประเภทวัตถุดิบสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรมที่ต่าง ๆ มีอยู่อย่างจำกัด โอกาสจึงตกมาอยู่ที่อุตสาหกรรมไก่สดแช่แข็ง อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เพราะประเทศไทยมีความชำนาญ ทั้งยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยครองตลาดในสปป.ลาว มาช้านาน และมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงมากขึ้นในอนาคต  รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์การก่อสร้าง และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีแนวโน้มพุ่งสูงมาก เหตุเพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งนี้สปป.ลาว ยังมีพื้นที่อีกมาก และภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก จะส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และปศุสัตว์มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน

อนึ่งผู้ประกอบการไทยควรแสดงตัวให้เป็นที่รู้จัก โดยผ่านงานจัดแสดงสินค้า รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักธุรกิจสปป. ลาวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความร่วมมือในการทำธุรกิจ ที่สำคัญ ผู้ประกอบการควร ศึกษาความต่างของประเทศไทย และสปป. ลาว ให้ถ่องแท้ แม้จะน้อยนิด เพื่อการเข้าสู่สังคมธุรกิจสปป.ลาวได้อย่างภาคภูมิ และรักษาศักภาพของตนเองเพื่อพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในสปป.ลาวต่อไป