การรวมกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของเศรษฐกิจอาเซียนไม่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2558


เดอะ สตาร์ รายงานว่า แมคคินซีย์ โกลบอล อินสติติวท์ หรือเอ็มจีไอ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก กล่าวว่า แม้อาเซียนจะมีพัฒนาการที่จะสร้างฐานการผลิตและตลาดร่วม แต่ก็ยังไม่มีเซ็คเตอร์ไหนที่ได้รวมกลุ่มอย่างเต็มที่ในทุกมิติที่สำคัญต่อการดำเนินงานข้ามชายแดน โดยเอ็มจีไอเขียนในรายงานชื่อ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนทางแยก สามหนทางสู่ความมั่งคั่ง” ว่า ความปรารถนาในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจยังไม่เป็นความจริงในภาคปฏิบัติ แต่เอ็มจีไอก็ยอมรับว่าอาเซียนได้มีความก้าวหน้าที่จับต้องได้ในบางพื้นที่ โดยที่เห็นได้ชัดก็คือการขจัดภาษี

เอ็มจีไอ กล่าวว่า อัตราภาษีเฉลี่ยใน 5 ประเทศสมาชิกดั้งเดิม ได้แก่ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ไทย และฟิลิปินส์ ได้ลดลงจนเกือบจะเป็นศูนย์ตั้งแต่ปี 2553 แต่ยังมีอีกหลายอุปสรรคทางการค้าที่ลดลงอย่างช้ามาก ทั้งนี้เออีซีซึ่งจะเกิดขึ้นในปลายปีหน้า ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อให้เกิดการโยกย้ายสินค้า, บริการ, เงินทุน, และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรีในภูมิภาค โดยเอ็มจีไอ กล่าวว่า การรวมกลุ่มได้เกิดขึ้นเร็วสำหรับการค้าสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์, สิ่งทอ และไม้ โดยเร็วกว่าการบริการ เช่น การเงินและเฮลธ์แคร์

จากผลสำรวจของเอ็มจีไอเรื่องธุรกิจในภูมิภาค ข้อห้ามในเรื่องการลงทุนจากต่างชาติ และการเป็นเจ้าของ ยังคงเป็นอุปสรรคทางการค้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยประเด็นมาตรฐานและกฎระเบียบที่แตกต่างกันระหว่างชาติสมาชิกและกระบวนการศุลกากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ เอ็มจีไอย้ำว่าถ้าผู้นำของภูมิภาคประสบความสำเร็จในการขจัดอุปสรรคทางการค้าอื่นๆที่จำกัดความเคลื่อนไหวของสินค้า, บริการ, ทุน และแรงงานฝีมือข้ามพรมแดน อาเซียนก็จะได้รับประโยชน์ของการค้า การผลิต และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น

ในการรวมกันเป็นกลุ่มเดียว  อาเซียนจะติดอันดับเศรษฐกิจขนาดใหญ่ลำดับ 7 ของโลก โดยดูจากจีดีพีรวมของภูมิภาคที่อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ และด้วยประชากร 600 ล้านคน ประชากรของอาเซียนก็จะใหญ่กว่าประชากรของสหภาพยุโรปและอเมริกาเหนือ อาเซียนยังมีประชากรในวัยทำงานเป็นอันดับสามของโลก รองจากจีนและอินเดีย

ขอบคุณภาพจาก http://stellarcg.com/