ถนนแบบไหน..ทำธุรกิจเจ๊ง


ถนนแบบไหน..ทำธุรกิจเจ๊ง

 

 

“ถนน” ถือเป็นเส้นทางสัญจรที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจการค้าถนนถือเป็นเส้นเลือดใหญ่เลยทีเดียว การเลือกอยู่ในถนนที่ดีย่อมจะส่งเสริมการค้าได้ง่าย แต่ถ้าถนนไม่ดีแน่นอนการค้าย่อมมีผลกระทบอย่างแน่นอน

 

หลักฮวงจุ้ยบอกไว้ว่า ถนนที่ดีจะต้องเป็นเส้นตรงไม่คดเคี้ยว ต้องมีกระแสไหลเวียนมาก ไม่เปลี่ยวร้าง ถนนจะต้องกว้างไม่แคบ เพื่อให้การสัญจรไปมาได้สะดวก ส่วนถนนที่เข้าข่ายไม่ดีนั้นลองมาดูสิว่า หลักฮวงจุ้ยพูดเอาไว้อย่างไรกันบ้าง

 

ถนนสามแพร่ง..ไม่รุ่งก็ร่วง

บริเวณทางสามแพร่ง ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ดี ในทางฮวงจุ้ยยกให้เป็นตำแหน่งวิบัติกันเลยทีเดียว ที่ว่าไม่ดีนั้น ก็เพราะบริเวณทางสามแพร่งถือเป็นจุดวุ่นวายรถจะวิ่งมาจากสามทางถ้าไม่มีไฟแดงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายบางกระแสบอกว่า ถ้าเป็นร้านค้าที่อยู่ตรงทางสามแพร่งกลับดีเพราะร้านต้องการความวุ่นวาย

 

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ที่ว่าไม่ดีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบ้านอยู่อาศัยมากกว่าร้านค้า เพราะทำเลบริเวณทางสามแพร่งถือเป็นตำแหน่งวุ่นวายเป็นทางแยก กระแสจะวิ่งมาจากสามทางมารวมตรงจุดเดียวกันคนที่อาศัยอยู่ตรงนี้ย่อมไม่สงบสุขแน่ๆ แต่ถ้าเป็นร้านค้าล่ะ อันนี้ไม่แน่นะครับ เท่าที่ผมสำรวจดูร้านค้าที่อยู่ตรงทางมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ร้านจะกลายเป็นจุดเด่น มองเห็นได้ระยะไกล เพราะอยู่ตรงทางแยกไม่ว่าจะมาทางไหนคนก็จะมองเห็นก่อน

 

ข้อเสียก็คือ จอดรถหน้าร้านไม่ได้ ร้านประเภทที่ลูกค้าต้องขับรถมาซื้อของ อาจเสียประโยชน์ทางการค้าได้ เพราะลูกค้าไม่สะดวกนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นจุดเสี่ยงภัยถ้าร้านตั้งอยู่บนถนนใหญ่ที่มีรถสัญจรไปมามากรถอาจเสียหลักพุ่งชนร้าน ซึ่งก็เป็นข่าวให้เห็นกันบ่อยๆ โดยเฉพาะพวกเมายาบ้าทั้งหลาย

แต่ถ้าเป็นร้านค้าที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าร้านตรงทางสามแพร่ง ถือว่าได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเป็นตำแหน่งที่มีกระแสคนเดินมาก ไม่มีผลกระทบเรื่องสภาพแวดล้อม หรือจุดเสี่ยงภัยใดๆ ร้านตรงทางแยกจะได้รับกระแสเดินผ่านจาก 3 ทาง มากกว่าร้านตำแหน่ง
อื่นๆ

 

ถนนโค้ง..คนมองไม่เห็น

ทางโค้งในทางฮวงจุ้ย ถือว่าเป็นตำแหน่งที่อันตรายไม่ว่าจะเป็นโค้งด้านในหรือโค้งด้านนอก ยิ่งถ้าเป็นร้านค้าด้วยแล้วถือว่าเสียประโยชน์มากกว่าตำแหน่งอื่น ร้านที่อยู่บนทางโค้งด้านใน ลูกค้าที่ขับรถมาจะมองไม่เห็นร้านต้องผ่านโค้งมาแล้วถึงจะมองเห็น ทำให้ลูกค้าอาจขับเลยร้านไปได้ ส่วนร้านที่อยู่ทางโค้งด้านนอก ลูกค้าจะเลี้ยวรถเข้าร้านยากและเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

 

นอกจากนี้ ตำแหน่งทางโค้งยังถือเป็นจุดบอดอีกด้วย เพราะคนขับรถเวลาถึงทางโค้งต้องระมัดระวังในการขับมากกว่าปกติ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะมองร้านที่อยู่บริเวณนั้น ถ้าร้านใครเกิดอยู่ในจุดดังกล่าว สามารถแก้ไขด้วยการทำป้ายบอกทางก่อนถึงร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบล่วงหน้า ก็พอจะช่วยได้

 

ถนนตัววาย (Y)..อันตรายยิ่ง

ทางลักษณะตัววายในทางฮวงจุ้ยถือว่าร้ายยิ่งกว่าทางสามแพร่งเสียอีก เพราะรถที่วิ่งบริเวณนี้จะมองกันไม่เห็นถ้าไม่มีสัญญาณไฟแดงช่วย ซึ่งผิดกับทางสามแพร่งที่สามารถเห็นรถทั้งสามด้าน ร้านค้าที่ตั้งบริเวณนี้ บอกได้เลยว่าอยู่ยาก เพราะไม่มีจุดเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าเลยจอดรถหน้าร้านก็ไม่ได้ การเลี้ยวรถเข้าร้านก็ลำบาก ข้อดีอาจมีเพียงมองเห็นร้านได้ง่ายเหมือนทางสามแพร่งถ้ารถวิ่งมาจากทางตรง

 

“ถนนวันเวย์..รับได้ทางเดียว” ทางวันเวย์ หรือทางรถวิ่งได้ทางเดียว ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่เอื้อต่อการตั้งร้านค้าบริเวณนี้ เพราะถือว่าเสียประโยชน์ไปครึ่งนึงเลยทีเดียว เพราะลูกค้าสามารถมาที่ร้านได้เพียงทางเดียว แทนที่จะมาได้ 2 ทางเหมือนทางทั่วไป ทำให้เสียโอกาสในการค้าขายไปอย่างน่าเสียดาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่คงไม่สะดวกที่จะขับรถอ้อมเพื่อมาที่ร้าน

 

ถนนคู่ขนาน..เสียโอกาสง่ายๆ

ร้านบนทางคู่ขนานที่พบปัญหาบ่อยๆ ก็คือ ลูกค้ามักจะขับรถเลยร้าน หรือมองเห็นร้านแต่เข้าไม่ได้ก็เลยตามเลย โอกาสที่จะไปกลับรถมาที่ร้านอีกรอบคงจะยาก จึงทำให้ร้านเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย วิธีแก้ก็คือ ติดป้ายบอกทางล่วงหน้าก่อนถึงทางเข้าคู่ขนาน

 

ถนนยูเทิร์น..เข้าออกยาก

ทางเลี้ยวเพื่อยูเทิร์นกลับรถ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่เหมาะที่จะเลือกตั้งร้านค้าบริเวณนั้น เพราะกระแสรถที่เลี้ยวไม่สามารถเข้าไปจอดหน้าร้านได้หรือเข้าได้ก็ยาก เพราะต้องเบี่ยงเข้าซ้ายสุดซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้โอกาสที่คนจะมองเห็นร้านก็ยาก เพราะคนขับต้องคอยระวังรถทางตรง เลี้ยวแล้วก็ต้องรีบขับออกไป หลักฮวงจุ้ยเรียกว่า “กระแสตีจาก” หรือวิ่งหนี ซึ่งร้านค้ามีแต่เสียประโยชน์

 

การเลือกตำแหน่งร้านค้าว่าจะอยู่ตรงไหนแล้วรุ่ง หรืออยู่ตรงไหนแล้วร่วงก็ดูที่ถนนนั่นแหละครับ ลองไปสังเกตกันดู จะได้หาทำเลที่รุ่งอย่างเดียวไม่มีร่วง