เกาหลีใต้, ไทย ได้ประโยชน์สูงสุดจากราคาน้ำมันที่ลดลง


สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ออฟอเมริกา รวมถึงชัว ฮัก บิน (Chua Hak Bin) และลี แจวู (Lee Jaewoo) ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่ลดลง 10% จะเท่ากับการเติบโตจีดีพี 45 จุด (basis point) ทั้งในประเทศเกาหลีใต้และไทย ในขณะที่ฟิลิปปินส์จีดีพีจะเพิ่มขึ้น 30 จุด แต่มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันจะเป็นประเทศเดียวที่เสียประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงในหมู่ประเทศเอเชียเกิดใหม่

นักเศรษฐศาสตร์ทั้งสองคนเขียนในรายงานว่า เอเชียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิจำนวนมาก และได้ประโยชน์อย่างสูงจากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยแรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์จะยังคงอ่อนตัวในเอเชีย ขณะที่ราคาน้ำมันโลกที่ตกลงจะส่งอิทธิพลต่อแรงส่งที่ทำให้ไม่มีเงินเฟ้อ (disinflationary forces) ทั้งนี้ข้อมูลค่าเฉลี่ยจากนักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดยบลูมเบิร์กพบว่า เศรษฐกิจของเกาหลีใต้อาจจะเติบโต 3.5% ในปี 2557 และ 3.6% ในปีหน้า ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2554 และจากผลการสำรวจอีกแห่งหนึ่งพบว่า จีดีพีของไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโต 4% ในปีหน้าจาก 1% ในปี 2557

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสได้ตกลงต่ำกว่า 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552, ราคาน้ำมันที่ลดลง 10% จะทำให้เงินเฟ้อของฟิลิปินส์ลดลง 45 จุด โดยเป็นการลดลงที่มากที่สุดในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ขณะที่จะไปลดการเพิ่มของราคาสินค้าคอนซูเมอร์ของอินเดียและอินโดนีเซีย 40 จุด ทั้งนี้เงินเฟ้อของไทยได้ลดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1.26% ในเดือนพฤศจิกายนเทียบกับปีที่แล้วจากราคาน้ำมันขายปลีกที่ลดลง

ขอบคุณรูปจาก citynews.ca