ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงสร้างความกังวลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก


เดอะ สเตรท ไทม์ รายงานว่า แม้ราคาน้ำมันที่ต่ำลงจะเป็นข่าวดีต่อบางเซ็คเตอร์ของเศรษฐกิจ เช่น สายการบิน โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาตา (IATA) ในสัปดาห์ที่แล้วได้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินจะทำกำไรเป็นประวัติการณ์ แต่ดีมานด์จากประเทศเศรษฐกิจหลักเช่น จีน ก็ได้ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะไม่โตเร็วอย่างที่คาด โดยองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ได้ลดคาดการณ์ดีมานด์น้ำมันโลกในปี 2558 เหลือน้อยกว่า 1% ในปีหน้า

เอเอฟพีได้อ้างคำพูดของแจ๊ค แอพริน (Jack Ablin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการลงทุนของบีเอ็มโอ ไพรเวท แบงก์ (BMO Private Bank) ว่า นักลงทุนกำลังจับตาน้ำมันและพวกเขาไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ แต่อลัน ชาเรนคา (Alan Skrainka) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการลงทุนที่คอร์เนอร์สโตน เวลธ์ แมเนจเมนต์ (Cornerstone Wealth Management) กล่าวว่า ความกลัวที่เกิดขึ้นใหญ่กว่าความเป็นจริง และราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นสิ่งกระตุ้นสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

สำหรับสิงคโปร์ ราคาน้ำมันที่ลดลงถูกคาดการณ์ว่าจะส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ นายซง เสง วุน (Song Seng Wun) นักเศรษฐศาสตร์ของแผนกวิจัยที่ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในวงกว้างเนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ โดยสิงคโปร์สามารถมองไปถึงราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ลดลง และภาคธุรกิจและครัวเรือนก็จะได้ประโยชน์จากอัตราค่าไฟฟ้าที่ลดลง 

อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์ก็จะถูกบาลานซ์ด้วยแรงกดดันทางกำไรจากการกลั่นน้ำมันเป็นต้น ทั้งนี้แรงกดดันทางด้านต้นทุน เช่นในฝั่งแรงงานก็ไม่น่าจะลดลง นายซง กล่าวว่า กำลังเห็นแผนปรับโครงสร้างสิงคโปร์กำลังดำเนินไป ด้วยซัพพลายของแรงงานต่างชาติถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

ขอบคุณรูปจาก theguardian.com