มาเลเซียลดงบรายจ่ายปี 58 หลังราคาน้ำมันร่วง


วอลล์สตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า รัฐบาลมาเลเซีย กล่าวว่า จะตัดงบประมาณรายจ่ายในปี 2558 จำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2% ของงบที่เตรียมการไว้ โดยมาเลเซียนับเป็นประเทศส่งออกน้ำมันล่าสุดที่ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดหลังจากราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันบางรายที่มีทุนสำรองต่างประเทศสูง เช่น ซาอุดิอาระเบีย ยังคงรักษางบประมาณแบบขยายตัว (expansionary budgets) แม้ว่าจะต้องเจอราคาน้ำมันที่ลดลงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

แต่รัฐบาลที่มีเงินทุนสำรองต่างประเทศน้อย เช่น รัสเซีย, เวเนซุเอลา และไนจีเรีย ต้องถูกบังคับให้ลดงบประมาณและดำเนินมาตรการบางอย่าง โดยรัสเซียเพิ่งประกาศลดงบ 10% ในแทบทุกเซ็คเตอร์ของงบประมาณประเทศ และไนจีเรียในช่วงปลายปีที่แล้วได้ห้ามการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อสกัดเงินทุนไหลออก นายราฮู บาโจเรีย (Rahul Bajoria) นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารบาร์คเลย์ที่สิงคโปร์ กล่าวว่า มาเลเซียอาจจะเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง แม้ว่ามาเลเซียจะพึ่งพิงน้ำมันและก๊าซประมาณ 1 ใน 3 ของงบประมาณรายได้ทั้งหมด แต่มาเลเซียก็สามารถบริหารรายได้และรายจ่ายโดยไม่ทำให้เกิด budget blowout

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ถูกประกาศออกมาในวันอังคารโดยนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ก็เป็นการรัดเข็มขัดครั้งสำคัญของมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติอันดับสองของโลก รองจากกาตาร์ โดยรัฐบาลมาเลเซียจะตัดเงิน 5.5 พันล้านริงกิต หรือ 1.5 พันล้านดอลลาร์จากรายจ่าย โดยส่วนมากจะเป็นการตัดเงินที่ให้กับบริษัทที่ลิงค์กับภาครัฐและการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐบาล รวมถึงหยุดโปรแกรมเซอร์วิสของทหารไปหนึ่งปี ต้นทุนในการอุดหนุนพลังงานก็ลดอย่างมาก

การปรับงบประมาณใหม่ส่งสัญญาณว่า มาเลเซียจัดลำดับความสำคัญในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลเหนือการเติบโต นายนาจิบ กล่าวว่า เศรษฐกิจมาเลเซียน่าจะขยายตัวประมาณ 4.5-5.5% ในปีนี้ ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 6% โดยรัฐบาลได้เพิ่มเป้าหมายการขาดดุลการคลังสู่ 3.2% ของจีดีพีจาก 3% นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียไม่ได้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือวิกฤติอย่างที่เจอมาในปี 2540 และ 2552 ซึ่งต้องการแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ

เครดิตรูปจาก www.livetradingnews.com