Wellness travel ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่โลกกำลังนิยม เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคให้ความสำคัญในการรักษาสุขภาพ และการผ่อนคลายจิตใจมากขึ้น โอกาสดีของธุรกิจไทยที่จะนำศาสตร์ และศิลป์แห่งการดูแลสุขภาพอย่างไทย ชูความมหัศจรรย์ให้ทั่วโลกได้รู้จัก
ปัจจุบันมนุษย์ เริ่มหันมาเอาใจใส่สุขภาพกันมากขึ้น สังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่นักแสดงชาย หญิง หลายคน หันมาออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเล่นโยคะ การเข้าฟิตเนตต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการชกมวยไทย เพื่อให้ตนเองมีสุขภาพและรูปร่างที่ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้น และขยายผลสู่การท่องเที่ยวในปัจจุบัน OKMD สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) เล็งเห็นความสำคัญของวิถีไทยจึงจัดงามสัมมนา ไทยม์แมชชีน เมื่อเทรนด์โลกย้อนสู้ภูมิปัญญาไทยขึ้น ในเพื่อหยิบยกคุณค่าทางศาสตร์แห่งการบำบัดรักษาของไทย ชูให้ตลาดโลกได้สัมผัส และทึ่งในความสามารถของภูมิปัญญาไทย
จากรายงานประชุมใหญ่ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะโลกปี 2013 ที่กรุงเดลี ประเทศอินเดีย เผยว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยคาดว่าจะสามารถนำเม็ดเงินสะพัดสูงถึง 678.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 ทั้งยังคาดว่าการท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร จะได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนในยุโรป และอเมริกาเหนือ ทั้งยังคาดการณ์ว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในเขตเอเชีย ละตินอเมริกา และตะวันออกกลางจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 50% ทั้งนี้นักท่องเที่ยวกลุ่ม ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การมีสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่กลับครอบคลุมถึงเรื่องของความงามจากภายใน และผ่อนคลายด้านจิตใจด้วย
หากมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ที่ซึ่งมีศาสตร์ และศิลป์ในการรักษาสุขภาพองค์รวมอย่างช้านาน ทั้งการบำบัด ดูแลร่างกาย ผิวพรรณ และการรักษาสุขภาพแบบแผนไทย จากการปฏิบัติ นั่งสมาธิ สวดมนต์ การนวด รวมถึงยาสมุนไพรไทย ที่สรรพคุณไม่ได้เป็นรองยาปฏิชีวะนะแม้แต่น้อย ถือเป็นโอกาสของธุรกิจสปาไทยที่จะเข้าไปเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ได้ง่าย เนื่องจากคนไทยมีความรู้ความสามารถ และคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กจนโต ถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตามชนบทยังใช้วิธีตามภูมิปัญญาเดิม ๆ ของชาวบ้านอยู่ เนื่องจากประหยัด และได้ผลค่อนข้างดี
โอกาสดี ๆ ของธุรกิจไทย อยู่ที่ การนวดแผนไทย การดูแลสุขภาพองค์รวมตามหลักธาตุเจ้าเรือน และการคลอดแบบธรรมชาติกับหมอตำแย ว่าด้วยเรื่องของการนวดล่าสุดมีผลวิจัยรับรองว่าการนวดแบบไทย มีส่วนช่วยในระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดี ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ผังผืด ทำให้ข้อต่อทำงานได้ดีขึ้น และยืดอายุการใช้งาน ช่วยกระตุ้นระบบประสาท รวมถึงการรักษาอาการเคล็ดขัดยอกต่าง ๆ และโรคอัมพาต นอกจากนี้ในแง่ของความงาม การนวดยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ขณะเดียวกันการสัมผัสจากการนวดสามารถช่วยเยียวยาสภาพจิตใจให้เกิดความสดชื่น และผ่อนคลายได้ แต่อย่างไรก็ดีปัจจุบันในประเทศไทยมีร้านนวดที่ได้รับมาตรฐานเพียง 1,436 เท่านั้น ซึ่งอาจต้องได้รับการพัฒนา และขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง สืบต่อไป
สำหรับศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพองค์รวมตามหลักธาตุเจ้าเรือน เป็นแนวคิดว่าด้วยมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเรื่องของความงมงายแต่อย่างใด เพราะทุกหลักการมีที่ไป ที่มา มีการจำแนกคนไข้ตามลักษณะธาตุเจ้าเรือน และจักรราศี ซึ่งอิงกับช่วงเวลาการปฏิสนธิตามเวลาเกิด เนื่องจากช่วงเวลาการปฏิสนธิ ธรรมชาติรอบตัวจะมีผลต่อร่างกายของมนุษย์ ลำดับต่อมาคือการพิจารณาจากบุคลิกลักษณะนิสัย และการดำเนินชีวิต เพื่อสรุปผล และรักษา เริ่มตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับธาตุในร่างกาย เพื่อให้เกิดความสมดุล การใช้ยาสมุนไพร ทั้งหมดนี้การรักษาของคนไข้แต่ละคนจะไม่เหมือนกันตามเงื่อนไขของหัวข้อต่าง ๆ โอกาสอยู่ที่การนำศาสตร์ดั้งเดิมมาผนวคกับนวัตกรรมการรักษาที่สอดคล้องกัน เชื่อการคำนวนค่าน้ำในร่างกาย รวมกับหลักธาตุเจ้าเรือน เพื่อบำบัด รักษาอาการต่าง ๆ รวมถึงคำแนะนำในการดูแลสุขภาพ จะช่วยส่งเสริมให้ศาสตร์แขนงนี้ก้าวไกลสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพองค์รวมนานาชาติได้
และสุดท้ายการคลอดแบบธรรมชาติกับหมอตำแย หลายครั้งที่เราจดจำภาพความล้าหลังและการทำคลอดที่น่ากลัวของหมอตำแย จากภาพยนต์หรือละครหลังข่าว ทำให้คุณแม่ยุคหลัง ๆ กลัวการคลอดลูกด้วยตัวเอง ทั้งที่องค์การอนามัยโลกชี้แจงแล้วว่า 85% ของผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถคลอดลูกเองตามธรรมชาติได้ ในโลกตะวันตกได้มีแคมเปญปลุกกระแสการคลอดลูกเอง โดยสมาคมหมอตำแย (Midwifery) ประจำประเทศเยอรมันนี สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำเสนอความงดงามของการคลอดลูกแบบธรรมชาติ และความผูกพันธ์อย่างแท้จริงของแม่และลูก อีกทั้งวิธีการยังลดความเจ็บปวดจากการครรภ์ได้มากกว่าการคลอดที่โรงพยาบาลโดยการนอนคลอดอีกด้วย ซึ่งแคมเปญดังกล่าวได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ในอเมริกา และประเทศในแถบสแกดิเนเวียเลือกที่จะคลอดลูกแบบธรรมชาติมากถึง 71% และ 85% ตามลำดับ ช่องทางโอกาสของไทยนั้นชัดเจนมาก เนื่องจากหมอตำแยเป็นบุคคลที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่ยุคสมัยเก่าแก่ หากเจาะลึกลงไปในอาชีพนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการทำคลอดเพียงอย่างเดียว แต่หมอตำแยไทย ยังมีสูตรอาหาร การดูแลตนเอง ประเพณี วัฒนธรรมที่สวยงาม และมีคุณค่าติดมาด้วย หนึ่งในความมหัศจรรย์ของหมอตำแยไทย คือ การแต่งท้อง เป็นการนวดเพื่อให้คุณแม่สามารถแบกรับน้ำหนักของตัวเองที่เพิ่มขึ้นได้ รวมถึงการสอนคุณแม่ให้รู้จักการคลายคลอด ซึ่งลดความเจ็บปวดจากการคลอดได้อย่างน่าอัศจรรย์ และวิธีการอื่น ๆ ที่ทรงคุณค่าในการคลอด ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด ถือว่าคนไทย มีความละเมียดละไม ซึ่งทั้งหมดนี้โอกาสที่ทำให้เราแตกต่างจากชาติอื่น ๆ
อนึ่ง แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นภูมิปัญญาไทยที่เรารู้จัก และคุ้นเคยมานาน แต่อุปสรรค์กลับเป็นเรื่องของการขาดแรงงานที่มีทักษะทางด้านนี้อยู่มาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ทั้งที่เมืองไทยมีภูมิปัญญานี้มาเนินนาน แต่กลับขาดแรงงานที่มีฝีมือในสิ่งเรียกว่า วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมประจำชาติของตนเอง