ส่งออกจีนลดลงในเดือนมกราคม


วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า การนำเข้าได้ลดลงอย่างมากในเดือนมกราคม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดีมานด์ที่อ่อนแอในอุตสาหกรรมท้องถิ่น และราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบที่ลดลง นั่นทำให้เศรษฐกิจจีนเกินดุลการค้าจำนวนมากในเดือนมกราคม โดยจากข้อมูลของสำนักงานศุลกากรส่วนกลาง การส่งออกได้ลดลง 3.3% ในเดือนมกราคมจากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างมากหากเปรียบเทียบกับการส่งออกที่เติบโตขึ้น 9.7% ในเดือนธันวาคม

การส่งออกที่อ่อนแอซ้ำเติมภาพเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของจีน โดยเศรษฐกิจจีนเติบโต 7.4% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 24 ปี และมาตรวัดสำคัญของความอ่อนไหวของโรงงาน (factory sentiment) ในเดือนมกราคมก็ได้ตกลงสู่ระดับต่ำสุดใน 28 เดือน ทั้งนี้รัฐบาลจีนได้ถูกคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า จะลดเป้าการเติบโตสู่ประมาณ 7% ในปีนี้ เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าและความต้องการในประเทศก็ยังอ่อนแอ

แม้การเติบโต 7% จะเป็นที่อิจฉาของแทบทุกประเทศ แต่ปักกิ่งก็ต้องพึ่งพิงการเติบโตในระดับนี้เพื่อสร้างงานให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรอันมหาศาลของประเทศ โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนยังมองเสถียรภาพทางสังคมว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการรักษาอำนาจไว้ ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางจีนได้ปล่อยเงินจำนวน 1 แสนล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นการกู้ยืม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความกังวลต่อการเติบโต

ในเดือนมกราคม การส่งออกของจีนไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสหรัฐฯเข้มแข็งขึ้น ขณะที่การส่งออกไปสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และฮ่องกง ล้วนอ่อนแอลงในเทอมของดอลลาร์ ทั้งนี้ค่าเงินหยวนได้สูญเสียมูลค่ามากกว่า 2% เทียบกับดอลลาร์ในปีที่แล้ว แต่การแข็งขึ้นของดอลลาร์เทียบกับเงินสกุลอื่นก็ได้ยกค่าเงินจีนให้แข็งขึ้น และทำให้ราคาสินค้าส่งออกของจีนเพิ่มสูงขึ้นในต่างประเทศ และทำให้เงื่อนไขตลาดที่ลำบากอยู่แล้วเลวร้ายลงไปอีก

เครดิตรูปจาก www.china.org.cn