ดร.ศุภกร ชี้ราคาทองไม่แพง-เหมาะสมในปัจจุบัน


ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด  กล่าวถึงราคาทองคำว่า เราอาจจะมองพลาดไปเรื่องราคาทองคำ ตอนนั้นราคาทองคำขึ้น ปัจจัยอย่างเดียวที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นคือ ความกังวลเรื่องของสวิตเซอร์แลนด์ที่ถอนการตรึงค่าเงินกับยูโรออกไป จึงทำให้เกิดการเหวี่ยงตัวเข้ามาหาสินทรัพย์ที่ทดแทนดอลลาร์กับยูโร คือทองคำ จึงขึ้นไปทำจุด high ที่ 1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ค่าเงินก็อ่อนลง เหตุผลหลักประการหนึ่งที่ค่าเงินอ่อนลงค่องข้างมากก็มาจากดอลลาร์ เพราะดอลลาร์กลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นตามลำดับ  จึงทำให้ทองคำอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น

เพราะฉะนั้นมุมมองในระยะสั้น ยังมองว่าแนวโน้วราคาทองคำในปัจจุบันที่ระดับ 1,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหล่นลงมาจาก high เดิม 100 เหรียญ เป็นระดับที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับราคาทองคำในปัจจุบัน

“ถ้าสำหรับใครที่คิดว่าปัญหาของยุโรปที่ยังไม่คลี่คลาย ปัญหาของเงินยูโร ก็อาจเป็นบางครั้ง ผมคิดว่าราคาทองคำในขณะนี้ก็ไม่ได้ถือว่าแพงมากนัก” ดร.ศุภกร กล่าว

สำหรับในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ดร.ศุภกร เชื่อว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการลงมติ 5:2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คงมีเหตุผลในการที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ย เอาไว้ใช้ในยามที่จำเป็น แต่ผมคิดว่าเสียงเรียกร้องจากเมื่อก่อนเป็นเรื่องเงินเฟ้อ และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ในคราวนี้จากการที่ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง หลายประเทศก็เริ่มมีการปรับค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย แม้กระทั่งจีนก็พูดถึงประเด็นนี้เช่นเดียวกัน

“ผมคิดว่าการประชุมกนง. ครั้งต่อไปอาจจะมีการพิจารณาเรื่องค่าเงินเป็นหลัก ถึงแม้ว่าภายในประเทศ หม่อมอุ๋ย (มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ) มองว่า นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยระดับนี้เหมาะสมแล้ว ไม่ต้องกระตุ้น แต่ผมคิดว่าก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนแบงค์ชาติ” ดร.ศุภกร กล่าว

กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด ยังแนะนำให้ลงทุนหุ้นปันผล สะสมหุ้นดี และให้กรอบความเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ (9-13 ก.พ.58) ที่แนวรับ 1,580 จุด  แนวต้าน  1,630  จุด

สำหรับปัจจัยในต่างประเทศ ดร.ศุภกร กล่าวว่า สัญญาณของเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ในการขึ้นดอกเบี้ยได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยช้า ก็กลับเปลี่ยนว่าดอกเบี้ยจะขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์ เพราะตลาดแรงงาน ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ ทำให้หลายฝ่ายโล่งใจมากขึ้น เพราะตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวเลขหลักที่เฟดใช้จับตาดูเศรษฐกิจว่าเติบโตอย่างมีเสถียรภาพหรือไม่