นักลงทุนรุกธุรกิจเฮลธ์แคร์ในจีน


สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นักลงทุนได้รับการสนับสนุนจากการผ่อนคลายกฏเกณฑ์การถือหุ้นโดยต่างชาติและประชากรที่สูงวัยอย่างรวดเร็วในจีน โดยไพรเวท อิควิตี้ เฟิร์ม อย่างทีพีจี แคปิตอล (TPG Capital) และผู้เล่นในอุตสาหกรรม เช่น ไอเอชเอช เฮลธ์แคร์ (IHH Healthcare) ของมาเลเซีย กำลังเข้าไปลงทุนในโรงพยาบาลของจีน บริษัทยาของจีน และผู้ผลิตอุปกรณ์

ทั้งนี้แนวโน้มผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีหรือแก่กว่านั้น จำนวน 223 ล้านคนคาดว่าจะอาศัยในจีนภายในปี 2573 ได้ดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในจีน แม้จะต้องเจอความเสี่ยงอย่างสำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลที่อ่อนแอ, มูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นและจำนวนแพทย์ที่ไม่มากเพียงพอ โดยหลายบริษัทได้เริ่มใช้ประโยชน์จากสายสัมพันธ์กับพันธมิตรท้องถิ่นในการจ้างแพทย์ และเร่งการขอไลเซ่นส์ท้องถิ่นและการอนุญาตให้เริ่มงานในโปรเจ็คส์ที่วางแผนไว้

ประเทศจีนได้คาดการณ์การใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยภาคเอกชน, รัฐวิสาหิจ และผู้บริโภค ว่าจะเติบโต 3 เท่าสู่ 8 ล้านล้านหยวน หรือ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ในจังหวะที่จีนกำลังเผชิญกับประชากาสูงวัยที่ขยายตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายลูกคนเดียวที่ใช้มาอย่างยาวนานและอัตราการเกิดในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ

นายสตีฟ หวัง (Steve Wang) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไพน์ ฟิวส์ แคปิตอล (Pine Field Capital) ในฮ่องกง กล่าวว่า ใช้เวลา 70% ในการมองหาดีลเฮลธ์แคร์ในจีน โดยธุรกิจสุขภาพนั้นร้อนแรงในจีน ร้อนแรงเท่ากับโมบาย อินเตอร์เน็ต ทั้งนี้หลังจากมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ แสดงว่าการควบรวมกิจการในธุรกิจเฮลธ์แคร์ในจีนก็พุ่ง 2 เท่าเป็น 18,5000 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 โดยในเดือนมกราคมของปีนี้ มูลค่าดีลเฮลธ์แคร์อยู่ที่ 6.9 พันล้านดอลลาร์, ทางด้านดีลที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ, อินเตอร์เน็ตซอฟแวร์, เซอร์วิส และโครงสร้างพื้นฐาน ก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2557 ที่ 17,900 ล้านดอลลาร์แต่ก็ยังตามหลังเฮลธ์แคร์ 

ทั้งนี้ประเทศจีนได้เริ่มเปิดเสรีเซ็คเตอร์เฮลธ์แคร์ในปี 2552 แต่เพิ่งในปี 2557 ที่จีนได้อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือหุ้นโรงพยาบาลได้ทั้งหมด, ผ่อนคลายกฏเกณฑ์ราคายามากขึ้น และปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ที่อนุมัติอุปกรณ์การแพทย์อย่างรวดเร็ว

เครดิตรูปจาก usatoday.com