เงินหยวนอ่อนค่าจากความกังวลการเติบโต


เงินหยวนอ่อนค่าลงมากที่สุดเทียบกับดอลลาร์ในรอบมากกว่า 2 ปี โดยการอ่อนค่าของเงินหยวนเกิดจากแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า นักลงทุนได้ทำการขายเงินหยวนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาท่ามกลางดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของจีน ซึ่งได้เพิ่มความความหวังว่าจีนอาจจะลดมูลค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นการเติบโต ในขณะที่ผู้จัดการการเงินมองเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่สม่ำเสมอและดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้นในสหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มความน่าดึงดูดของเงินดอลลาร์

ในช่วงเร็วๆนี้ เงินหยวนอ่อนลงไปที่ 6.2699 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2555 เปรียบเทียบกับ 6.2589 ในวันพฤหัส โดยตัวเลขที่สูงขึ้นเทียบกับดอลลาร์หมายความถึงเงินหยวนที่อ่อนค่า ทั้งนี้ธนาคารกลางจีนได้ไกด์ให้เงินหยวนลดลงในวันศุกร์ โดยพีเพิล แบงก์ ออฟ ไชน่าได้กำหนดอัตราอ้างอิงรายวันที่ 6.1475 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2557 โดยธนาคารกลางจีนอนุญาตให้เงินหยวนปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราอ้างอิงรายวัน

ในวันพฤหัส เงินหยวนเคลื่อนไปใกล้จุดต่ำสุดของแนวเทรดดิ้งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 แม้ว่าธนาคารกลางจีนจะทำให้อัตราค่าเงินของทางการค่อนข้างสม่ำเสมอก่อนวันศุกร์ ทั้งนี้ในช่วงก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ ข้อมูลได้แสดงว่าเงินเฟ้อในจีนได้ตกลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีในเดือนมกราคม โดยเงินเฟ้อที่ลดลงอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ และอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ทางด้านการเงินทั่วโลกได้แสดงความกังวลถึงเงินฝืด (deflation) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงได้ชะลอการขึ้นราคาสินค้า และการตกต่ำที่ยาวนานของเงินเฟ้อก็อาจทำให้การชำระหนี้คืนเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งนี้ค่าเงินที่อ่อนลงก็อาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะเงินฝืดได้

เครดิตภาพจาก business.asiaone.com