อินโดนีเซียอาจลดภาษีให้อุตฯที่ใช้แรงงานเข้มข้น


รัฐบาลอินโดนีเซียอาจออกมาตรการลดภาษีให้แก่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ซึ่งเป็นความพยายามเพื่อไปถึงเป้าหมายการสร้างงาน 2 ล้านตำแหน่งต่อปี

เดอะ จาร์กาต้า โพสต์ รายงานว่า นายแอสฮาร์ ลูบิส (Azhar Lubis) รองประธานของคณะกรรมการประสานงานการลงทุนอินโดนีเซีย (BKPM) กล่าวว่า เราจำเป็นต้องลงทุนในอุตสาหรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น เสื้อผ้า, รองเท้าและเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเราไม่ให้มาตรการลดหย่อนภาษีแก่พวกเขา นักลงทุนเหล่านี้อาจจะย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศอื่น

ในปี 2555 รัฐบาลอินโดนีเซียออกนโยบายภาษีที่ลด taxable income เหลือ 30% ของการลงทุนรวมในช่วง 6 ปี, เพิ่มค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย, คิดภาษีเงินได้ 10% สำหรับผู้เสียภาษีที่อยู่ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการลดหย่อนภาษีในปัจจุบันใช้กับธุรกิจแค่ 129 เซ็คเตอร์ ตั้งแต่การปลูกพืชจนถึงอสังหาริมทรัพย์

นาย Harjanto ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมการผลิตของกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนภาษีควรกระจายไปสู่อุตสาหกรรมดาวน์สตรีม ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้รับการลดภาษี เช่น ธุรกิจสิ่งทอได้รับการลดหย่อนภาษี แต่ไม่นับรวมธุรกิจเสื้อผ้า ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นครอบคลุมบริษัทที่จ้างงานอย่างน้อย 200 คน และค่าจ้างแรงงานคิดเป็น 15% ของต้นทุนการผลิต เช่น ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม, บุหรี่, สิ่งทอและเสื้อผ้า, ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง, รองเท้า, ของเล่น และเฟอร์นิเจอร์

ทั้งนี้การลงทุนในอุตสาหกรรมแรงงานเข้มข้นเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2553-2557 โดยเพิ่มขึ้น 20-40% ต่อปี โดยมี 1,528 โปรเจ็คส์ในปี 2557 คิดเป็น 15% ของการลงทุนในประเทศและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งได้สร้างความกังวลให้กับผู้กำหนดนโยบาย และจริงๆแล้ว จำนวนคนงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นกลับลดลง โดยคนงานลดลงจาก 337,305 คนในปี 2554 เหลือ 203,732 คนในปีที่แล้ว

เครดิตภาพจาก BBC