แนะ SME ไทยรุกธุรกิจอาหาร-บริการท่องเที่ยวในกัมพูชา


ด.ร. การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C asean เผยว่าในปีที่ผ่านมา ประเทศจีนเข้ามาลงทุนในกัมพูชา โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นสูงถึง 24 % โดยจีนได้เข้าไปลงทุนในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว รองลงมาคือประเทศเกาหลี และมาเลเซีย หลายประเทศที่เข้าไปลงทุนจะลงทุนด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ในช่วงระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น โดยสังเกตจากในย่านกรุงพนมเปญ ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานมีอัตราเติบโตมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าการให้บริการในรูปแบบต่างๆ มีการเปิดกว้างเพิ่มมากขึ้น โดยมองในแง่ของข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการไทยเอสเอ็มอีไทยในการลงทุนในกัมพูชา

ในส่วนของรัฐบาลกัมพูชาได้มีการให้ความสำคัญและสนับสนุนในเรื่องการลงทุน โดยเน้นการกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆของประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้กัมพูชาได้มีพื้นที่เขตเศรษฐกิจกว่า 21 แห่ง โดยมีนักลงทุนในกลุ่มอาเซียนสนใจเข้าไปลงทุน

สำหรับในเรื่องของการใช้ต้นทุนแรงงาน และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถดึงดูดนักลงทุนในเข้ามาลงทุนได้ แม้ว่าล่าสุดรัฐบาลจะมีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแล้วก็ตาม แต่จากการสำรวจของนักลงทุนต่างชาติอย่างประเทศญี่ปุ่น มองว่าเป็นปัจจัยที่จะกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนน้อยมาก เพราะหลังมีการปรับค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับค่าแรงในกลุ่มประเทศอาเซียนยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าแรงประเทศอื่น ซึ่งเป็นค่าแรงที่นักลงทุนยอมรับได้ หมายถึงชาวกัมพูชาจะมีรายได้จากการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นและเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีในเรื่องของการได้สิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP จากประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น อียู สหรัฐฯ ฯลฯ และภาคการเกษตรก็ยังสามารถดึดดูดนักลงทุนชาวต่างชาติได้มากทีเดียว

“สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการไทย แนวโน้มธุรกิจด้านอาหารและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว มีแนวโน้มที่ดีอย่างมาก โดยล่าสุดมีนักธุรกิจชาวไทยเข้าไปลงทุนอย่างมากในกรุงพนมเปญ โดยมองจากตัวเลขการท่องเที่ยวในกัมพูชายังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นและที่สำคัญควรเน้นลูกค้าระดับบนมากขึ้น เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมากจากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ” ด.ร.การดี กล่าว