เจาะลึกตลาดเวียดนามกับ ทูตพาณิชย์


         เวียดนามตลาดที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งในภูมิภาค AEC ด้วยจำนวนประชากรขนาดใหญ่ และเป็นประเทศที่มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ GDP ของประเทศมีอัตตราเพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้ตลาดแห่งนี้เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนมากมาย ในการขยายฐานการผลิต

        พบทูตพาณิชย์พิชิตตลาดโลก งามสัมมนาดี ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ได้พบกับกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดในแต่ละประเทศ กว่า 54 ท่านจาก 10 ภูมิภาคทั่วโลก ร่วมบรรยายและในความรู้แบบ เจาะลึกประเภทอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศจัดโครงการพบทูตพาณิยช์พิชิตตลาดโลก เจาะลึกประเภทอุตสาหกรรม ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เพื่อเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการธุรกิจทางการค้า ข้อกีดกันที่เกี่ยวกับภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่อให้ผู้ส่งออกได้เตรียมความพร้อมอย่างถูกต้อง และพัฒนาศักยภาพการแข่งขันระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในแต่ละตลาดได้สอบถามข้อสงสัยและข้อแนะนำในการทำตลาดการค้าระหว่างประเทศ

         คุณมาลินี หาญบุญทรง กงสุล ฝ่ายพาณิชย์/ผู้อำนวยการ ประเทศเวียดนาม กล่าวถึง ประเทศเวียดนามในภาพรวม และส่วนของจังหวัดโฮจิมินห์ ว่า “เวียดนาม มีอาณาเขตที่ยาวมากติดกับหลายประเทศ และมีฝั่งด้านขวาที่ติดทะเล และภูมิประเทศ ลักษณะของเศรษฐกิจ ต่างส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีความแตกต่างกันออกไป โฮจิมินห์ เป็นเมืองเศรษฐกิจ ฉะนั้นสินค้าส่วนใหญ่ก็จะมาลงที่นี่”

         ทั้งนี้ประเทศเวียดนาม กำลังมาแรงในด้านเศรษฐกิจ มีการปรับปรุงประเทศหลายด้าน เป็นทั้งคู่ค้า และคู่แข่งของไทย เมืองหลวงของประเทศคือ ฮานอย และเขตเศรษฐกิจคือ โฮจิมินห์ ใช้เงินสกุล ด่อง ประกรชาวเวียดนามมีทั้ง 90 ล้านคน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี ถึง 70% หากออกแบบสินค้าควรมีความทันสมัยเพื่อเจาะกลุ่มนี้ อัตราการว่างงานน้อยมาก มีความสเถียรภาพทางการเมืองสูง รัฐบาลมีการพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของประเทศให้มีความเจริญเติบโตยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีการสร้างรถไฟความเร็วสูง และในแต่ละจังหวัดที่ต่อเนื่องกันเป็นถนน 4 เลน เชื่อมระหว่างจังหวัด โดยมีการปรับปรุงถนน และพัฒนาท่าเรือต่าง ๆ จากเหนือจดใต้ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า แต่เวียดนามเป็นประเทศที่ไม่มีศาสนา ถือหลักการทำความดีเท่านั้น โดยมีศาสนาพุทธ 8% และทาคอลิค 6%  ลักษณะภูมิประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศเป็นภูเขามีราบสูงเยอะ ลักษณะอุตสาหกรรมจึงเป็นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหมืองถ่านหิน และอัญมณี เมื่อลงมาตอนกลาง นิยมปลูกพื้นเมืองหนาว ดอกไม้ ผลไม้ กาแฟ เนื่องจากมีอากาศเย็น ลงมาอีกนิดคือ โฮจิมินห์ เป็นเมืองเศรษฐกิจ กล่าวคือ เป็นแหล่งทำธุรกิจซัพพอร์ตธุรกิจของ หากผู้ประกอบการมีสินค้าที่เป็นไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอางค์ สปา เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องตกแต่ง ให้เข้าทางโฮจิมินห์ เมื่อลงจากโฮจิมินห์ จะเจอจังหวัด ดองใน บินห์เยือง เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เหมาะสมกับการตั้งโรงงาน เลยลงมาจะเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า กลุ่มแม่โขงเดลต้า กินพื้นที่ทางตอนใต้จนถึงล่างสุดของประเทศ เป็นพื้นที่เกี่ยวกับ การประมง และการเกษตร เวียดนามผลิตกุ้งในส่วนรอบ ๆ ชายฝั่ง หากเข้าไปในเวียดนามจะได้บริโภคกุ้งตัวใหญ่ ๆ และมีราคาถูก ปลา ส่วนใหญ่คือ ปลาซาบะ เป็นการกระพงขาว และมีปลาดอลลี่ ที่เป็นสายพันธ์จากเวียดนาม

        ด้วยภูมิภาคที่แตกต่างกันด้วยลักษณะอุตสาหกรรม จึงส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวเวียดนามแตกต่างกันด้วย ฉะนั้นผู้ประกอบการควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างดี คุณมาลินี กล่าวว่า “ทางตอนเหนือของเวียดนาม กลุ่มผู้บริโภคจะมีความมัธยัสถ์ สินค้าที่มีราคาสูงจะซื้อก็ต่อเมื่อคุณภาพ การใช้งานเหมาะสมแก่การจ่าย ส่วนตอนกลางชอบสินค้าที่ใหม่ มีความเป็นโมเดิร์น หรูหรา มีสไตล์ ทันสมัย และสีฉูดฉาด”

        ส่วน GDP เวียดนามเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก เพราะ GDP ของประเทศเติบโตตลอด แนะนำให้ขยายฐานผลิตไปที่เวียดนาม แต่ไม่ควรย้ายรากไปอยู่ที่เวียดนามเลย เพราะยังมีเงื่อนไขหลากหลายปัจจัย

        ฝั่งคุณอุษา  ไวยเจริญ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประจำประเทศเวียดนาม ได้ให้ความรู้เพิ่มเตมในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ในส่วนของ ฮานอย โดยอ้างอิงงานวิจัยจากยูโรมอนิเตอร์ ว่า “ในเรื่องของเทรนด์ที่เป็นกระแสที่เวียดนามในปัจจุบัน ต้องบอกก่อนว่า กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง เป็นกลุ่มหลักที่มีการใช้จ่ายสูง อีกทั้งชาวเวียดนามเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสินค้าจากต่างประเทศ นิยมเรื่องดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยด้านอาหาร มีการใช้จ่ายสำหรับเด็ก ในส่วนของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง มีจำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่ทำงานกับบริษัทต่างประเทศ อีกทั้งมีบางส่วนที่งานในหน่วยงานราชการ จึงเป็นกลุ่มหลักที่จะเกิดการใช้จ่ายสูง สำหรับคนเวียดนามแล้ว ค่าใช้จ่ายหลักภายในครอบครัว คือ เรื่องการศึกษา ชาวเวียดนามจะให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษามาก โดยเฉพาะการศึกษาของลูก นอกจากนี้คือเรื่องข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล”

        ชาวเวียดนามนิยมสินค้าที่มีคุณภาพสูง ในบางครั้งไม่สนใจราคา รวมถึงพวกสินค้าไฮเทค ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีความเชื่อว่าเป็นการแสดงฐานะ หน้าตา ทางสังคมของตนเองด้วย และยิ่งคนที่มีการศึกษาสูง จะนิยมหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จึงมีการซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น แต่ไม่นิยมชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ เพราะระบบยังไม่เอื้ออำนวยสักเท่าใดนัก ส่วนใหญ่ใช้ในการหาข้อมูล และหากทำการสั่งซื้อจะเลือกใช้วิธีชำระสินค้าปลายทาง รถยนต์ก็มีความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็ก เพราะคิดว่าการใช้มอเตอร์ไซต์มีความปลอดภัยน้อยกว่า

        แนวโน้มด้านการนิยมสินค้าต่างประเทศสูงมาก เพราะเชื่อว่าสินค้าภายในประเทศมีคุณภาพต่ำ และสินค้าจากประเทศจีนไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือเท่าใด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าแบรนด์เนม เพียงมีการผลิตในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งผู้บริโภคชาวเวียดนามมีความเชื่อมั่นในสินค้าไทย ทั้งสินค้าภายในบ้าน อาหาร และเครื่องดื่ม มีการรับรู้ข้อมูลจากต่างประเทศมากขึ้น และมักจ้างบุคลากรจากต่างประเทศ หรือคนที่รู้ภาษาที่ 2 ผู้ปกครองจึงนิยมให้ลูกเรียนภาษาที่ 2 ตั้งแต่เล็ก ๆ อีกทั้งชาวเวียดนามยังมีการดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยด้านอาหารมากขึ้น เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลสูง สินค้าออแกนิกจึงเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคชาวเวียดนามนิยม ทั้งนี้ยังมีค่านิยมในเรื่องการทุ่มเทให้กับลูก ชาวเวียดนามจะทุ่มเทให้กับลูกมาก ทั้งการศึกษา อาหาร และเสื้อผ้า สินค้าสำหรับเด็กจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ประกอบการจะเจาะกลุ่มนี้ สำหรับสินค้าของเด็กส่วนใหญ่ ญี่ปุ่น และเกาหลีครองพื้นที่ทางการตลาดสูงสุด

        คุณอุษา  ยังกล่าวอีกว่า “การตั้งราคาสินค้าไม่ควรต่ำมากเกินไป ควรตั้งราคาระดับสูง ๆ ไว้ เพราะผู้บริโภคยังมีความเชื่อว่า ยิ่งสินค้าราคาสูงคุณภาพก็จะดี”  อีกสิ่งหนึ่งที่กำลังเริ่มต้นอย่างแพร่หลายในเวียดนามคือ เรื่องอินเทอร์เน็ต 42 % ของประชาชนในประเทศใช้อินเทอร์เน็ต มี 3G ครอบคลุมพื้นที่กว่า 70% ของทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีการเข้าถึงได้ง่ายเพราะเมื่อซื้อซิมการ์ดจะมาพร้อมกับแพ็คเก็จอินเทอร์เน็ตเลย แต่ถึงอย่างด้านออนไลน์ยังถือว่าตามหลังไทยอยู่มาก