ภูมิปัญญาไทยในหลายๆเรื่อง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การประดิษฐ์ หรือแม้แต่การแพทย์สมัยโบราณ ก็เป็นที่เลืองชื่อไปถึงต่างแดน แต่ปัจจุบัน ความรู้ความสามารถในเรื่องเหล่านี้ของคนไทยได้หายไปตามกาลเวลา เพราะวัยรุ่นสมัยนี้ได้คิดค้นนวัฒกรรมใหม่ๆขึ้นมาทดแทนภูมิปัญญาสมัยก่อน ทำให้ทุกวันนี้เราจึงพบเห็นภูมิปัญญาหลายอย่างน้อยลง
บริษัท จินนาลักษณ์ จำกัด เป็นบริษัทที่เกิดจากกลุ่มชาวบ้านที่มีใจรักงานฝีมือ ช่วยกันสร้างและก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2534 จนเวลาผ่านไปกว่า 24 ปี จึงได้จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชม และมีคุณจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล เป็นหัวหน้ากลุ่ม โดยทางคุณจินนาลักษณ์บอกว่า ทางกลุ่มไม่เคยคิดจะจดลิขสิทธ์กระดาษสาและไม่ขายสูตรให้กับชาวต่างชาติที่มาขอซื้อสูตรในการผลิต
กระดาษสาลายผ้าลูกไม้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของไทยที่มีการนำลวดลายของผ้าลูกไม้มาดัดแปลงให้เป็นลวดลายของกระดาษสา และทางกลุ่มยังเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวของประเทศ โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจไอเดียนี้ เกิดจากทางกลุ่มได้รวมตัวกันเพื่อผลิตกระดาษสา เพื่อนำไปทำงานประดิษฐ์และสิ่งของต่างๆ เช่น สมุดโน้ต กล่องกระดาษ ของชำร่วย เป็นต้น ส่วนรูปแบบในการผลิตก็เหมือนกับที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด จนปอสา ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเริ่มมีจำนวนลดน้อยลง เลยต้องนำเข้าจากลาว แต่กลับทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยทำเป็น Green Paper ซึ่งเป็นนการผลิตกระดาษสาด้วยวัสดุจากธรรมชาติ อย่าง ตะไคร้ ข่า หญ้าแฟก เป็นต้น
กระทั่งได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการนำหญ้าแฝก มาผลิตเป็นกระดาษผ้าลูกไม้ ซึ่งได้ทำการผลิตโดยให้กระดาษมีลวดลายเหมือนกับผ้าลูกไม้จริงๆ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ แล้วทางคุณจีรภัทร ยศศีลปะศักดิ์ ทายาทของบริษัท จินนาลักษณ์ จำกัด ก็ได้มีแนวคิดในการประยุกต์สินค้าให้เข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้นขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยการเข้าร่วมอบรมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NIEC) เมื่อปี 2554 เพื่อต้องการหาไอเดียมาต่อยอดธุรกิจ เพื่อให้สินค้าตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
ทำให้ได้ไอเดียในส่วนของการเพิ่มคุณสมบัติให้กับกระดาษสา ซึ่งต้องทำในช่วงการผลิต ได้แก่ เพิ่มวัสดุกันความร้อน มีความคงทน กันความชื้นและเชื้อรา เพื่อให้สินกระดาษสา สามารถนำมาทำเป็นของตกแต่งภายในได้ เช่น ผ้าม่าน ฉากกันแดด วอลเปเปอร์ เป็นต้น อีกทั้งยังได้มีการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น แอฟริกา ส่วนกระดาษที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นกระดาษชนิดแผ่น 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นการส่งออกผลิตภัณฑ์ถุงกระดาษที่ผลิตด้วยวัสดุจากธรรมชาติ
ทั้งนี้อาจจะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์อีกหลายตัวในอนาคต อาทิเช่น ถุงเครื่องหอมจากกระดาษผ้าลูกไม้ โคมไฟ เป็นต้น และการที่ประเทศไทยมีการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) ก็ยังถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกระดาษผ้าลูกไม้จินนาลักษณ์ แล้วจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ก็ยังเป็นเมืองหน้าด่านของการค้าระหว่างชายแดน จึงได้มีแผนที่จะบุกตลาดในพม่า พร้อมทั้งยังได้มีการพัฒนารูปแบบสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงตามความต้องการและเป็นที่พอใจของลูกค้าในประเทศพม่า
หากท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์กระดาษลายผ้าลูกไม้ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์ 090-7508432 หรือสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asiandesignconcepts.com และwww.facebook.com/JinnaluckMiracleOfSaa