เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกโต 7% ช้าสุดในรอบ 6 ปี


เศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกโตเพียงแค่ 7% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตรายไตรมาสที่ช้าที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกที่ 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับว่าชะลอตัวจากการเติบโต 7.3% ในไตรมาสสี่ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ช้าลงสร้างแรงกดดันให้กับผู้กำหนดนโยบายให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลัง แม้ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเพิ่มระดับหนี้และทำให้เกิดภาวะกำลังผลิตส่วนเกินในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมหนัก

ทั้งนี้ตัวเลขอื่นๆที่เผยออกมาก็แสดงถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า อาจทำให้ปักกิ่งต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของการผลิตอุตสาหกรรม,

การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และยอดขายค้าปลีก ต่างถดถอยลง โดยข้อมูลทุกตัวต่างออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ รวมถึงยอดขายบ้านก็ลดลง แม้ว่าจะลดลงน้อยกว่าในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจเติบโตช้าได้ทำให้จีนต้องดำเนินการหลายอย่างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพิ่มงบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, ลดค่าไฟฟ้า, ลดดอกเบี้ยสองครั้ง รวมถึงลดต้นทุนการกู้ยืมสำหรับบริษัทในประเทศ โดยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในการประชุมกับนักเศรษฐศาสตร์และผู้นำองค์กรธุรกิจในวันอังคารว่า แรงกดดันขาลงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสริมว่าการเติบโตยังอยู่ในช่วงที่มีเหตุผล (reasonable range)

ทั้งนี้จีนกำลังเผชิญกับการสร้างความสมดุลที่เปราะบาง โดยในด้านหนึ่ง พยายามที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคมากขึ้น และสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ต้องทำให้แน่ใจว่า การเติบโตในการจ้างงานจะอยู่ในระดับสูงเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการว่างงานขนานใหญ่ (widespread unemployment) และความไม่สงบทางสังคม

เครดิตภาพจาก telegraph.co.uk