สถานะตลาดแค๊ตตาล๊อคช๊อปปิ้งและการจำหน่ายออนไลน์ในญี่ปุ่น


การจำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านร้านค้าในญี่ปุ่น กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความเชื่อถือกับช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตของโลกออนไลน์ในญี่ปุ่นเป็นส่วนประกอบ

 

ในญี่ปุ่น  การจำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านร้านค้ามี  4  รูปแบบใหญ่ๆ  ได้แก่ การจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค (Catalogue  shopping)และการจำหน่ายออนไลน์ (On-line  shopping) การจำหน่ายผ่านสื่อโทรทัศน์-วิทยุ (TV-Radio  Shopping) และการจำหน่ายผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ (Newspaper  shopping)โดยมีการประมาณการขนาดตลาดโดยรวมทุกประเภทคิดเป็นมูลค่า 5.6 ล้านล้านเยน(ประมาณ 1.7ล้านล้านบาท) และเมื่อเทียบกับมูลค่าการจำหน่ายของห้างสรรพสินค้ารวมทั่วประเทศของญี่ปุ่นในปี 2014 ซึ่งมีมูลค่า 6.2 ล้านล้านเยน จึงนับว่าเป็นช่องทางจำหน่ายที่สำคัญที่สุดประเภทหนึ่งในตลาดญี่ปุ่น โดยในปี 2014 ได้ขยายตัวในอัตราร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมทั้งยังมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ต่อไป

 

ในช่องทางจำหน่าย 4 ประเภทดังกล่าวข้างต้น การจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค หรือ Catalog Shopping จัดว่าเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่นเป็นอย่างสูงเรื่อยมา ต่อมาเมื่อได้เริ่มมีการใช้อินเตอร์เนทกันแพร่หลายมากขึ้น มีแนวโน้มว่าการจำหน่ายออนไลน์จะได้รับความนิยมเหนือกว่าการจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค แต่จากการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคญี่ปุ่นพบว่า  ยังคงมีความนิยมซื้อหาสินค้าผ่านแคตตาล๊อคอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมองว่ามีความน่าเชื่อถือสูงกว่าการซื้อผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะการอธิบายเกี่ยวกับสินค้ามีความชัดเจนและละเอียดมากกว่าสินค้าออนไลน์  และสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยซึ่งอาจมีความไม่ชำนาญนักกับขั้นตอนการสั่งซื้อทางอินเตอร์เนท  จึงยังคงมีความนิยมการซื้อผ่านแคตตาล๊อคอยู่ ดังนั้น พบว่าบริษัทในธุรกิจประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีบริการทั้งการจำหน่ายออนไลน์และแคตตาล๊อคไปควบคู่กัน    ส่วนบริษัทที่จำหน่ายออนไลน์แต่ไม่มีการจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อคมักจะเป็นบริษัทที่มีร้านค้าปลีกอยู่แล้วและให้การบริการจำหน่ายออนไลน์เป็นส่วนเสริม โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องสำอาง เป็นต้น

 

ทั้งนี้ สัดส่วนของกลุ่มผู้ซื้อทางออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 71.7 ในขณะที่ผู้ซื้อผ่านแคตตาล๊อกมีร้อยละ 24.4 โดยสำหรับกลุ่มผู้หญิง มีสัดส่วนผู้ซื้อผ่านแคตตาล๊อค 28.5 สูงกว่ากลุ่มผู้ชายซึ่งมีสัดส่วน 20.2

 

 

ผลสำรวจผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านแคตตาล๊อคเมื่อเดือนสิงหาคม 2013  Research  Institute  of  Industry  and  Regional  Economy ได้ทำการสำรวจความเห็นผู้บริโภคที่ใช้บริการซื้อสินค้าผ่านแคตตาล๊อค ในวัย 20-60 ปี ทั่วประเทศญี่ปุ่นจำนวน 1,030 คนทั้งชายและหญิง ปรากฏว่ามีผลที่น่าสนใจ ดังนี้

           (1) ความถึ่ของการซื้อสินค้าผ่านแคตตาล๊อค โดยเฉลี่ยประมาณปีละ 9.8 ครั้ง โดยในกลุ่มผู้ชายมีการซื้อบ่อยครั้งมากกว่า คือ ปีละ 11.1 ครั้ง ในขณะที่กลุ่มผู้หญิง ปีละ 8.5 ครั้ง  และเมื่อดูตามอายุ พบว่า ผู้ชายในวัย 20 ปี มีการซื้อมากที่สุด คือปีละ 15.4 ครั้ง โดยสินค้าที่ซื้อได้แก่เสื้อทีเชิ๊ร์ต เสื้อโปโล ส่วนผู้ชายในวัย 30 ปีขึ้นไปอยู่ในระดับประมาณปีละ 10 กว่าครั้ง  ส่วนผู้หญิงพบว่ามีแนวโน้มต่างกัน คือ กลุ่มวัย 20 ปีมีความถึ่ในการซื้อน้อย และในกลุ่มอายุสูงขึ้นมีการซื้อบ่อยครั้งขึ้น

              (2) พบว่า แม้จะเป็นการซื้อผ่านแคตตาล๊อค แต่ผู้บริโภคมักจะใช้วิธีการสั่งซื้อผ่านทางอินเตอร์เนท โดยมีสัดส่วนร้อยละ 65.1  และหากรวมการสั่งซื้อทางสมาทโฟนท์และแทปเล็ตด้วยแล้วจะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ  73.3 นอกนั้นมีการสั่งทางโทรศัพท์ ไปรษณีบัตร และแฟกส์ โดยหากดูแยกระหว่างชายหญิง พบว่า ผู้หญิงมีการสั่งซื้อผ่านออนไลน์ร้อยละ 75.2 สูงกว่าผู้ชายซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 71.6  ส่วนผู้ที่สั่งซื้อทางไปรษณีย์บัตรหรือ โทรศัพท์ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย

              (3)สำหรับสินค้าที่ผู้บริโภคสนใจสั่งซื้อทางแคตตาล๊อคมากที่สุด คือร้อยละ 22.7 เป็นประเภทเสื้อผ้าลำลองประเภทชุดชั้นในร้อยละ 19.1 และ

ประเภทหนังสือ/CD/DVD ร้อยละ 18.3

              (4) ส่วนการสั่งซื้อทางออนไลน์ สินค้าที่สั่งซื้อมากที่สุดได้แก่ ประเภทหนังสือ/CD/DVD ร้อยละ 27.1 ในขณะที่ประเภทเสื้อผ้าลำลอง และ ชุดชั้นในมีระดับเท่ากับคือ ร้อยละ 20.6

              (5) พบว่ามีความแตกต่างในด้านวิธีการเลือกสินค้า ระหว่างการซื้อทางแคตตาล๊อกกับทางออนไลน์ กล่าวคือ การซื้อผ่านแคตตาล๊อค ผู้บริโภคร้อยละ 39.0 เห็นว่าสามารถเลือกหาดีไซน์ที่ชอบได้ง่ายกว่า ร้อยละ 33.6 เห็นว่าทำให้นึกภาพได้ง่าย เช่นเสื้อผ้าเมื่อสวมใส่แล้วจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เห็นภาพที่มีสีสันชัดเจนของโมเดลที่สวมใส่  ส่วนร้อยละ 32.2 เห็นว่าแคตตาล๊อคให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่น่าเชื่อถือมากกว่า ดังนั้น จึงเหมาะกับการจำหน่ายสินค้าแบรนด์ใหม่ๆซึ่งจะเป็นวิธีทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจมากกว่า

              (6) สำหรับผู้บริโภคที่ซื้อผ่านอินเตอร์เนท ร้อยละ 55.7 เห็นว่าทำให้พบสินค้าแปลกใหม่ และร้อยละ 55.5 เห็นว่าการสั่งซื้อทางอินเตอร์เนททำให้สามารถเปรียบเทียบเสปคได้ง่ายกว่า

 

เทคนิคการตลาดสำหรับการจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อคและออนไลน์

จากผลสำรวจข้างต้น  อาจวิเคราะห์เทคนิคการตลาดที่ควรใช้สำหรับการจำหน่ายสินค้าผ่านแคตตาล๊อคในตลาดญี่ปุ่น ได้ดังนี้

  1. หากจะจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ชายควรใช้ช่องทางการจำหน่ายผ่านอินเตอร์เนท   ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง การใช้ช่องทางจำหน่ายผ่านแคตตาลีอคเป็นวิธีที่เหมาะสม
  2. อย่างไรก็ตามส าหรับผู้ชายในวัย 20-30  สินค้าเช่น เสื้อผ้าโดยเฉพาะประเภทลำลอง รองเท้า กระเป๋าสตางค์ ฯลฯ การจำหน่ายโดยผ่านแคตตาล๊อคก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ได้
  3. สินค้าที่มีความแปลกใหม่ ดีไซน์โดดเด่น หากใช้การจำหน่ายผ่านอินเตอร์เนทจะสามารถเรียกความสนใจจากผู้บริโภคในวงกว้างได้ ในขณะที่สินค้าเช่นเสื้อผ้าสตรีควรใช้การจำหน่ายผ่านแคตตาล๊อค

 

บริษัทจำหน่ายสินค้าออนไลน์(O)และแคตตาล๊อค(C)รายสำคัญในญี่ปุ่น

 

ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้านครโอซาก้า