ญี่ปุ่นเกินดุลการค้าครั้งแรกนับแต่ปี 2555


ญี่ปุ่นเกินดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากเงินเยนที่อ่อนค่ากระตุ้นการส่งออก และราคาน้ำมันที่ถูกลงช่วยลดค่าใช้จ่ายการนำเข้า

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ในเดือนมีนาคม ดุลการค้าของญี่ปุ่นอยู่ที่ 229,300 ล้านเยน หรือ 1.9 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดมากกว่า 44,600 ล้านเยน โดยการส่งออกเติบโต 8.5% จากปีก่อน ขณะที่การนำเข้าลดลง 14.5% สำหรับปีงบประมาณที่จบลงในเดือนมีนาคม 2558 ข้อมูลเบื้องต้น แสดงว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าที่ 9.1 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าหลังจากแผ่นดินไหวและภัยพิบัติในปี 2554 ได้นำไปสู่การปิดโรงงานนิวเคลียร์ โดยพลังงานนิวเคลียร์เคยส่งมอบประมาณ 1 ใน 3 ของความต้องการพลังงานญี่ปุ่น, ในการชดเชยสิ่งที่หายไป ญี่ปุ่นเริ่มนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี, ถ่านหิน และน้ำมันเป็นจำนวนมาก โดยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานนำไปสู่การขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงได้ลดต้นทุนการนำเข้า ทางด้านการส่งออกก็เพิ่มสูงขึ้นติดต่อกัน 7 เดือน เนื่องจากนโยบายของนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่มุ่งไปที่การทำให้เงินเยนอ่อนค่า ซึ่งได้ทำให้ยอดขายในต่างประเทศของรถยนต์และเครื่องจักเพิ่มสูงขึ้น

นาย Marcel Theliant จากแคปปิตอล อีโคโนมิคส์ กล่าวว่า ตัวเลขการค้าของญี่ปุ่นแข็งแรงกว่าที่คาดการณ์ แต่ก็ไม่น่าที่จะต่อเนื่องในระยะยาว โดยมองไปข้างหน้า การฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบตั้งแต่ช่วงต้นปี ยังไม่ได้สะท้อนออกมาเต็มที่ในต้นทุนการนำเข้าน้ำมัน และคาดว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีกในช่วงเดือนข้างหน้า ซึ่งควรจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้ามากกว่าการส่งออกที่มีมูลค่าเป็นเงินเยน ผลลัพธ์ก็คือ ดุลการค้าไม่น่าที่จะยังอยู่ในแดนบวกได้ยาวนาน

เครดิตภาพจาก www.bloomberg.com