แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เนปาลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3,617 คนเป็นอย่างน้อยและมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 6,500 คน (ข้อมูลจาก National Emergency Operation Centre)ในขณะเดียวกัน หลายสิบคนก็เสียชีวิตในประเทศจีนและอินเดีย
อีกด้านหนึ่งนักปีนเขากว่า 200 คนได้รับการช่วยเหลือลงมาจากยอดเขาเอเวอเรสต์ หลังจากถูกหิมะถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว
ขณะนี้มีกลุ่มเต็นท์ขนาดใหญ่ผุดขึ้นในกรุง กาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล เนื่องจากผู้คนหวาดกลัวที่จะกลับเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากมีอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายระลอกทางการเตือนว่าอาจมีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกมาก ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้คนในบริเวณหุบเขาทางตะวันตกอันห่างไกล
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ชุมชนหลายชุมชน โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้กับภูเขา ได้รับความเสียหายจะแผ่นดินไหวเป็นอย่างมาก
“หมู่บ้านเหล่านี้ต่างก็ได้รับผลกระทบจากดินถล่ม และมันไม่ใช่เรื่องปกติที่ทั้งหมู่บ้านที่ใหญ่ขนาดมีสมาชิกกว่า 1,000 คนจะถูกฝังมิดอยู่ภายใต้หินที่ถล่มลงมา” Matt Darvas โฆษกคณะช่วยเหลือจาก World Vision กล่าว “ผู้ชายคนหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเมืองโปขรากล่าวว่าแทบจะทุกบ้านในหมู่บ้านของเขาที่มีอยู่กว่าพันหลังถูกทำลายจนหมด”
ในเขต Dhading 80 กิโลเมตรทางเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ผู้คนตั้งแคมป์อยู่ในที่แจ้ง โรงพยาบาลล้น ไฟฟ้าถูกตัดขาด และร้านค้าต่างปิดหมด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในเขต Gorkha ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินไหว กล่าวว่าเขาได้ยินมาว่าบ้านกว่า 70% พังทลายลงหมด“เหตุการณ์ในเขตนี้ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะหมู่บ้านในหุบเขาอันห่างไกล” Udav Prashad Timalsin กล่าว “ผู้คนได้เขตนั้นบางส่วนไม่มีอาหารและที่อยู่”
นอกจากนั้นยังมีชาวทิเบตที่ได้รับผลกระทบด้วยและ หลายคนหลบภัยอยู่ในประเทศเนปาล มีรายงานว่าเมือง Bridim ทางตอนเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ราบเรียบเป็นหน้ากลอง
ถนนไปสู้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว (ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวง) ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อย และขณะนี้ทีมช่วยเหลือกำลังมุ่งหน้าเข้าไป
คณะช่วยเหลือจากต่างประเทศอีกหลายคณะกำลังมุ่งหน้าไปยังเนปาล หลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปี
การดำเนินการขุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยใต้กองหินจากบ้านเรือนในเมืองกาฐมาณฑุกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ในเมืองกาฐมาณฑุ
หลังจากคืนอันเปียกแฉะหนาวเหน็บ ฟ้าเปิดเหนือกรุงกาฐมาณฑุ ทีมช่วยเหลือจึงทำงานกันต่อได้
มันยากขึ้นเรื่อยๆเพราะว่ามีคนเป็นพันๆอยู่ในบริเวณกลางแจ้ง หลายคนอยู่ในเต็นท์ที่แทบจะไม่มีอะไรปกป้อง
น้ำกลายเป็นสิ่งที่ขาดแคลน และมีกระแสความหวาดกลัวเกิดขึ้นว่าเด็กๆอาจจะติดเชื้อโรคได้ง่าย แม้ในผู้คนในชุมชนที่โชคดีกว่าก็ยังมานอนอยู่บนเสื่อหรือที่นอนนอกบ้าน
เที่ยวบินช่วยเหลือต่างก็มาลงที่กรุงกาฐมาณฑุอย่างต่อเนื่องจนเรียกได้ว่าขาดที่จอดเครื่องบิน หลายเที่ยวบินต้องรอก่อนจะได้รับอนุญาตให้ลงจอด
ณ วัด Pashupatinath หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ได้มีการเผาร่างผู้เคราะห์ร้ายกันตั้งแต่เช้า เมื่อยอดผู้เสียชีวิตมีมากขึ้น ทางการจำเป็นต้องรีบกำจัดร่างเสียชีวิตให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ตื่นตระหนกอีกครั้ง
เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รู้สึกได้ในเนปาล อินเดีย และบังคลาเทศ และใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ก็มีรายงานว่าหิมะถล่มอีก
มีการสั่นสะเทือนระดับ 6.7 ศูนย์กลางอยู่ที่ 60 กิโลเมตรไปทางตะวันออกของกรุงกาฐมาณฑุ ทำให้ผู้คนวิ่งตื่นตระหนกกลางที่โล่งแจ้งในเมือง
มันทำให้บ้านหลายหลังที่ได้รับความเสียหายจากการไหวครั้งก่อนหน้าถล่มลง
ที่โรงพยาบาลต่างก็วุ่นวาย เจ้าหน้าที่ต่างก็ย้ายผู้ป่วยออกมาด้านนอกโรงพยาบาลในตอนบ่ายวันอาทิตย์นั้นเอง
ทีมช่วยเหลือช่วยเหลือนักปืนเขาจากยอดเขาเอเวเรสต์ได้ในวันจันทร์ เนื่องจากอากาศปลอดโปร่ง ทำให้เฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำสามารถบินกลับฐานที่ด้านล่างเขาได้
นักปีนเขาต่างชาติและไกด์ชาวเนปาลหลายคนถูกฝังอยู่ใต้หิมะถล่ม
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 60 คน ส่วนคนอื่นๆยังสาบสูญอยู่
โบราณสถานที่พังทลาย
-
หอคอย Dharahara ที่มีความสูงกว่า 200 ขั้นบันได ขณะนี้เหลือแต่ฐาน
-
Durbar หรือสนามหลวง จัตุรัสกลางเมืองเก่าเสียหายอย่างหนัก
-
ในเมืองโบราณ Bhaktapur ที่อนุรักษ์ได้ดีเยี่ยมที่สุด ตึกและสิ่งก่อสร้างหลายแห่งถูกทำลาย
-
สิ่งก่อสร้างหลายแห่งในจตุรัส Durbar ถล่มลงมา
“ความเสียหายทางวัฒนธรรมนี้ไม่สามารถประเมินค่าได้” Kunda Dixit จาก Nepali Times
UN กล่าวว่า ทีมแพทย์นานาชาติ 14 ทีมกำลังเข้าไปในเนปาล และทีมกู้ภัยถึง 15 ทีมได้ถูกส่งเข้าไปในเนปาลแล้ว
องค์การคุ้มครองเด็กของ UN กล่าวว่า เด็กๆมากกว่า 1 ล้านคนในเนปาลต้องความความช่วยเหลือจากนักมนุษยชนโดยด่วน เนื่องจากพวกเขาคือกลุ่มที่อ่อนแอเป็นพิเศษ
ประเทศเนปาลกำลังขาดแคลนน้ำและอาหาร และยังไฟฟ้าตัดอยู่บ่อยครั้ง
ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมายิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก พายุฝนฟ้าคะนองอาจเป็นอันตรายต่อผู้คนที่อยู่กลางแจ้งได้ และยังทำให้วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วงและโรคหัดขาดแคลน
ชาวต่างชาติที่เสียชีวิตหรือสูญหาย
ชาวออสเตรเลีย: 549 คน ไปเที่ยวประเทศเนปาล ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว 200 คน
บังคลาเทศ: ชาวบังคลาเทศ 50 คน รวมถึงทีมฟุตบอลหญิงอายุต่ำกว่า 14 ปีอพยพไปยังที่ปลอดภัยแฃ้ว ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่ามีชาวบังคลาเทศอยู่ในเนปาลกี่คน
จีน: ชาวจีน 4 คนเสียชีวิตในกรุงกาฐมาณฑุ
โคลอมเบีย: สูญหาย 7 คน
ฝรั่งเศส: รายงานระบุ 1,098 คนในเนปาล มี 674 ยังไม่สามารถติดต่อได้
อินเดีย: เสียชีวิตในเนปาล 5 คน
อังกฤษ: เชื่อว่ามีชาวอังกฤษหลายร้อยคนในเนปาล ไม่มีรายงานการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สหรัฐ: เสียชีวิต 3 คน
ผู้เคราะห์ร้ายจากประเทศอื่นๆ: ชาวเอสโตเนีย 1 คนและชาวญี่ปุ่น 1 คน เสียชีวิตในเนปาล
http://www.bbc.com/news/world-asia-32475030