ชาวจีนแห่ซื้อทองคำ


การบริโภคทองคำของจีนแสดงสัญญาณการฟื้นตัวในไตรมาสแรกของปีนี้ หลังจากตกลงอย่างหนักในปี 2557

วอลสตรีทเจอนัลด์ รายงานว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ การบริโภคทองคำของจีนแสดงสัญญาณการฟื้นตัว เนื่องจากราคาทองคำแท่งที่ต่ำโดยเปรียบเทียบได้ดึงดูดความสนใจของชาวเอเชีย โดยเฉพาะเครื่องประดับทองคำ (gold jewelry) โดยนาย Song Xin ประธานสมาคมทองคำแห่งประเทศจีน กล่าวว่า  ดีมานด์ทองคำเติบโต 1.1% ในไตรมาสแรก เปรียบเทียบกับปีก่อนสู่ 326.68 เมตริกตัน และจีนน่าจะรักษาแนวโน้มการเติบโตของดีมานด์ทองคำสำหรับเวลาที่เหลือของปีนี้

การเพิ่มขึ้นของดีมานด์ทองคำนับเป็นการพลิกฟื้นจากการตกต่ำลง 25% ของดีมานด์ทองคำในปี 2557 เมื่อผลรวมของนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของปักกิ่ง, เศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอ และการบริโภคทองคำที่พุ่งสูงขึ้นในปีก่อน ได้นำไปสู่การซื้อทองคำแท่งที่ลดลงอย่างมากโดยเปรียบเทียบ

ดีมานด์ทองคำที่ถดถอยลงในปีที่แล้วในตลาดที่สำคัญที่สุด 2 ตลาด คือจีนและอินเดีย รวมกับเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้นและดอลลาร์ที่แข็งขึ้น ส่งผลให้ทองคำมีความดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นๆ เนื่องจากทองคำแสดงมูลค่าผ่านเงินดอลลาร์ (denominated in dollars) โดยจีนและอินเดีย รวมกันคิดเป็น 51% ของดีมานด์ทองคำโลก

ราคาทองคำนิวยอร์กได้แตะระดับ 1,199.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันอังคาร สูงขึ้นแค่ 1% จากราคาเริ่มต้นปีและอยู่ในระดับต่ำสุดในช่วงเวลามากกว่าหนึ่งเดือน, สมาคมทองคำแห่งประเทศจีน กล่าวว่า ราคาทองคำที่ต่ำโดยเปรียบเทียบได้สนับสนุนดีมานด์สำหรับเครื่องประดับทองคำในเอเชีย รวมถึงประเทศจีน นาย Song กล่าวว่า ดีมานด์เครื่องประดับจีนน่าจะเพิ่มสูงขึ้น 8% ในปีนี้

ประธานสมาคมทองคำแห่งประเทศจีน กล่าวอีกว่า การผลิตทองคำของจีนในไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มสูงขึ้น 14.7% สู่ 110.7 ตัน

ในภาพรวม ดีมานด์ในระดับโลกและซัพพลายทองคำน่าจะยังอยู่ในระดับสมดุล โดยการบริโภคทองคำมีศักยภาพที่จะแสดงการเติบโตที่เร็วขึ้นเล็กน้อย นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้คาดการณ์ไว้

ดีมานด์ทองคำของจีนนั้นสูงกว่าการผลิตทองคำในประเทศถึงประมาณ 3 เท่าตัว ประเทศจีนจึงยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้าทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก

เครดิตภาพจากรอยเตอร์