Global Growth ไม่เพียงพอขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์


รมว.คลังสิงคโปร์ ชี้ ไม่สามารถพึ่งการฟื้นตัวของการเติบโตโลกเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จึงต้องเน้นนวัตกรรม-ปรับโครงสร้าง

สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมจะยิ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในการเพิ่มผลิตภาพและรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่การเติบโตของการจ้างงานจากรัฐบาลชะลอตัว โดยนายทารมัน ศันมุกรัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์ไม่สามารถที่จะพึ่งพิงดีมานด์โลกในการฉุดดึงประเทศ ในช่วงหลายปีข้างหน้า เราต้องเติบโตโดยทำการเพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจ

นายทารมัน ศันมุกรัตนัม กล่าวว่า พ้นไปจากปี 2020 การเติบโตของแรงงานที่พำนักในสิงคโปร์ถูกคาดว่าจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (negligible) และสำหรับเวลาที่เหลือของทศวรรษนี้ การชะลอตัวของการเติบโตแรงงานจะยิ่งทำให้เกิดความท้าทายเพิ่มขึ้นในการบรรลุจีดีพีแค่เพียง 3%

ในการเพิ่มผลิตภาพ สิงคโปร์ต้องปรับโครงสร้างเซ็คเตอร์ในประเทศ ซึ่งมีผลิตภาพเติบโตเพียงแค่ 0.8% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับ 5.3% สำหรับภาคที่มุ่งเน้นการส่งออก รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์กล่าวว่า เราไม่สามารถดำเนินต่อไปด้วยเศรษฐกิจ 2 แนวทางได้ตลอดไป (two-track economy) เนื่องจากธุรกิจในประเทศจะถูกกดทับทุกปี ต้นทุนจะเพิ่มเร็วกว่าผลิตภาพ หรือค่าจ้างก็จะถูกบีบ (get squeezed) 

นายทารมัน ศันมุกรัตนัม กล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์ได้เพิ่มการสนับสนุนให้ธุรกิจและพนักงานได้มีการพัฒนาทักษะ และทำให้ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและนวัตกรรมได้เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ ซึ่งประเด็นเหล่านี้นับว่ามีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของเศรษฐกิจสิงคโปร์

เครดิตภาพจาก http://www.sgmoneymatters.com/