หนานชางเมืองโอกาสทองผู้ประกอบการข้าวโพด


          ทุกวันเมืองหนานชางจะต้องซื้อข้าวโพดจากเมืองอื่น 1,500 ตัน เพื่อนำไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ และใช้ในการผลิตยา เนื่องจากเมืองหนานชางนิยมปลูกข้าวเปลือก จนส่งผลให้อยู่ในภาวะขาดพืชเศรษฐกิจ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการส่งออกข้าวโพดในไทยที่จะเข้าไปเจาะพืชที่ในการส่งออก

           เมืองหนานชางมีการผลิตข้าวเปลือกอยู่ในปริมาณที่สูงมาก เนื่องจากอยู่บริเวณภูมิอากาศเขตร้อนชื้น จึงส่งผลใก้เกิดการปลูกพืชชนิดเดียวกันทั่วทั้งเมือง ซึ่งส่งผลให้ ทำให้ทุกปีเมืองหนานชางต้องการซื้อข้าวโพดและข้าวสาลีจากเมืองอื่นๆ เพราะขาดการปลูกพืชเศรษฐกิจ

          สำนักงานอาหารแห่งเมืองหนานชางกให้ข้อมูลว่า อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์ในเมืองหนานชางมีขนาดใหญ่มาก จากข้อมูลทางสถิติของสำนักงานอาหารแห่งเมืองหนานชาง ทุกปีเมืองหนานชางจะต้องซื้อข้าวโพดประมาณ 550,000 ตัน โดยเฉลี่ยในแต่ละวันจะต้องมีการขนส่งประมาณ 1500 ตัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคนหนานชางไม่นิยมข้าวโพดบริโภคข้าวโพดเท่าใดนัก ส่วนมากนิยมบริโภคข้าวมากกว่า การผลิตข้าวโพดเพื่อบริโภคเองในท้องถิ่นจึงเพียงพอกับความต้องการ แต่กว่า 90% มีการนำข้าวโพดไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ และอีก 10% ใช้ในการผลิตยานั่นเอง สำหรับอุตสาหกรรมเพาะปลูกในเมืองหนานชางนั้น 95% เป็นการปลูกข้าว 5% เป็นการปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี และมันฝรั่ง เป็นต้น

           สำนักงานอาหารแห่งเมืองหนานชางบอกอีกว่า แหล่งที่มาสำคัญในการซื้อข้าวโพดคือ 3 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดข้าวโพด ซึ่งธุรกิจแปรรูปอาหารสัตว์ในท้องถิ่น ทั้งนี้หลังจากนำข้าวโพดมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์แล้ว นอกจากจะส่งให้ธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในท้องถิ่น ยังมีการส่งให้เมืองอื่นโดยรอบอีกด้วย ในฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวโพดในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามปกตินั้น จะประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี ในสองสามปีมานี้ ราคาข้าวโพดมีการเพิ่มสูงขึ้น โดยในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขายข้าวโพด 1 ตัน ให้กับธุรกิจแปรรูป ซึ่งราคาขายอยู่ที่ประมาณ 2100-2400 หยวน ส่วนเมืองหนานชางซื้อจากเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ตัน ต้องจ่ายเงินประมาณ 2600 หยวนทุก ๆปีหนานชางต้องซื้อข้าวโพดจากเมืองอื่น 550,000 ตัน ฉะนั้นจากราคาที่กล่าวมาแล้วข้างต้นคำนวณได้ว่า ทุกปีหนานชางต้องซื้อข้าวโพดจากเมืองอื่นเป็นจำนวนเงิน 1,430 ล้านหยวน ทุกวันต้องจ่ายประมาณ 3,910,000 หยวน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในซุปเปอร์มาเก็ตหรือว่าในตลาดประชาชนมักจะเลือกซื้อข้าวโพดทั้งฝัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นของที่มีในท้องถิ่นเมืองหนานชางไม่ก็ผลิตเองในท้องถิ่น

          เมืองหนานชาง จึงมีความสนใจสำหรับผู้ประกอบการส่งออกข้าวโพดไทย ที่จะเจาะตลาดเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศไทยมีการปลูกข้าวโพดกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ โดยปริมาณส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยในปี 2557 มีปริมาณกว่า 755,237 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 33.87 คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 6,271 ล้านบาท มีตลาดส่งออกหลักคือ ฟิลิปปินส์ 62% จีน 30% เวียดนาม 4% อินโดนีเซีย 2%  ทั้งนี้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้ามาตรฐาน ผู้ส่งออกต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและมีหนังสือรับรองมาตรฐานประกอบพิธีการตรวจปล่อยหากส่งออกทางด่านท่าเรือกรุงเทพ แหลมฉบัง และมาบตาพุด การส่งออกควรให้ความสำคัญในคุณภาพของสินค้า ร่วมถึงศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ ของประเทศผู้นำเข้าด้วย เพื่อลดปัญหาข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น