อินโดนีเซียพิจารณาลดภาษีนิติบุคคล หวังดึงดูดการลงทุน


อินโดนีเซียกำลังพิจารณาลดอัตราภาษีนิติบุคคลให้ต่ำลงไปถึง 17.5% จาก 25% เพื่อดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้นจากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 โดยอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการจัดเก็บภาษีที่ต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพิจารณาลดอัตราภาษีนิติบุคคลจะทำให้ภาษีลดต่ำลงในระดับใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์เก็บภาษีนิติบุคคล 17%

เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านภาษีของอินโดนีเซีย กล่าวว่า หากความแตกต่างของอัตราภาษีลดลง ก็อาจจะมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคนี้ที่จะหันมาลงทุนในอินโดนีเซียโดยตรง, และแม้แผนการลดภาษี ซึ่งจะประยุกต์ใช้กับทุกบริษัท อาจจะกระทบการจัดเก็บภาษีในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้ว เราหวังว่าจะมีความสุขกับผลลัพธ์ เนื่องจากอินโดนีเซียต้องการการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นาย Sigit Priadi Pramudito ผู้อำนวยการสำนักภาษี กล่าวว่า สำนักงานภาษีกำลังพยายามนำเงิน 200 ล้านล้านรูเปียห์กลับคืนมา (recoup) จากรายได้ที่หายไปของภาครัฐเนื่องจากการ transfer pricing ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในธุรกิจโภคภัณฑ์ ภายใต้ระบบ transfer pricing บริษัทอินโดนีเซียจะขายสินค้าให้บริษัทลูกที่อยู่ในประเทศอื่นในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และบริษัทลูกจะขายสินค้าเหล่านั้นสู่ท้องตลาด ซึ่งจะไปลดกำไรของบริษัทในอินโดนีเซีย แต่ไปเพิ่มกำไรในต่างประเทศ

ในช่วงแคมเปญการหาเสียงในปีที่แล้ว นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการจัดเก็บภาษีสู่ 16% ของจีดีพี จากประมาณ 12% โดยส่วนหนึ่งจะมาจากการปราบปรามการเลี่ยงภาษี

เครดิตภาพ http://en.tempo.co/