สิงคโปร์สูญเสียการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ให้เพื่อนบ้าน


สิงคโปร์ประสบความยากลำบากในการรักษาตำแหน่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์อันดับท็อปของภูมิภาค เนื่องจากผู้ป่วยมองหาทางเลือกที่ถูกกว่า

สเตรทไทม์ส รายงานว่า จากรายงานของบีเอ็มไอ (BMI) พบว่า รัฐบาลสิงคโปร์ได้สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ลดลง ขณะที่การแข่งขันกลับยิ่งรุนแรง เนื่องจากมาตรฐานของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในประเทศเพื่อนบ้านได้พัฒนาขึ้น และเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อการตั้งราคาแบบพรีเมียมที่สิงคโปร์ ยิ่งค่าเงินสิงคโปร์ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ยิ่งทำให้ความแตกต่างเรื่องราคายิ่งสูงขึ้น 

การผ่าตัดบายพาสหัวใจในสิงคโปร์มีต้นทุนสูงกว่าทำในประเทศไทย 41% และสูงกว่าทำที่มาเลเซีย 106% ขณะที่ราคาที่สูงในสิงคโปร์มักจะได้รับความชอบธรรมจากระดับการบริการที่สูง โดยสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 6 จาก 191 ประเทศทั่วโลกและอยู่ในระดับดีที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับโดยองค์การอนามัยโลก แต่ความแตกต่างในมาตรฐานนี้เริ่มที่จะถูกปิดลง

รายงานจากบีเอ็มไอพบว่า โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยกำลังได้รับความยอมรับจากนานาชาติ เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ได้ขยายธุรกิจสู่บริการเฉพาะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นความสามารถเชิงแข่งขันของสิงคโปร์ ขณะที่การขยายของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเอกชนในต่างประเทศได้ลดความจำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และลดความจำเป็นในการทำตลาดในสิงคโปร์

แรฟเฟิลส์ เมดิคอล กรุ๊ป (Raffles Medical Group) หนึ่งในบริษัทที่ให้บริการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ มีศูนย์บริการทางการแพทย์ในฮ่องกง 3 แห่งและในเซี่ยงไฮ้ 1 แห่ง ขณะที่ไอเอชเอช เฮลธ์แคร์ (IHH Healthcare) บริษัทสัญชาติมาเลเซีย ก็ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม, บรูไน และจีน

รายงานจากบีเอ็มไอ ยังกล่าวว่า สิงคโปร์ดอลลาร์ได้แข็งค่าขึ้น 24% เทียบกับรูเปียห์ของอินโดนีเซียในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากตลาดอินโดนีเซียคิดเป็น 56% ของรายได้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทั้งหมดของสิงคโปร์ในปี 2556

เครดิตภาพจาก www.ttrweekly.com