วิเคราะห์จุดอ่อน – จุดแข็ง ทรัพยากรเศรษฐกิจสปป. ลาว ลงทุนอะไรถึงจะรุ่ง


สปป.ลาว แหล่งลงทุนที่น่าใจในตลาด AEC ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย อุดมสมบรูณ์ โดยเฉพาะน้ำ และแร่ธาตุต่าง ๆ ในด้านการเมืองถือได้ว่ามีความเสถียรภาพมาก รวมถึงค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ เป็นประเทศที่น่าลงทุน และกำลังเนื้อหอมมากในขณะนี้

        ความรู้ดี ๆ เรื่องการลงทุนการค้าชายแดนในสปป.ลาว จากงานสัมมนา One Stop Export Servicecenter (OSEC) Clinic 2015 การขับเคลื่อนกลยุทธ์การค้าอาเซียน รุก-รับ AEC”

        คุณเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา ได้ให้ข้อมูลอันน่าสนใจในการเจาะตลาด สปป.ลาว ว่าระบบการค้าใน สปป.ลาว ด้านการส่งออกและการนำเข้า ต้องพึ่งพาตลาดไทย เวียดนาม และจีน เป็นหลัก ส่วนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในระดับสูง 7-8 % ทั้งนี้ในปี 2554-2558 สปป.ลาวมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะนำประเทศออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด (LDCs: Least Developed Countries) นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังมีความเสถียรภาพทางการเมือง และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับไทยถึง 1,810 กม. (11 จังหวัดไทย กับ 9 แขวงลาว) รวมถึงประชาชนบริเวณชายแดน ไม่มีความขัดแย้งต่อกัน

        สปป.ลาว เปรียบสเมือนแบตเตอร์รี่แห่งเอเชีย (Batterry of Asia) โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าจากพลังน้ำ ซึ่งถือเป็นโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค มีการดำเนินการหลายโครงการ ซึ่งมีผลต่อการนำเข้าอุปกรณ์ด้านการก่อสร้างจากประเทศไทย ขณะที่การเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ EWEC และ NSEC จะทำให้ สปป.ลาว เป็น Land Bridge ของอินโดจีน และการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (จ. นครพนม – แขวงคำม่วน) การก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (อ. เชียงของ/เชียงราย – แขวงบ่อแก้ว) ตลอดจนแนวโน้มการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 (บึงกาฬ- คำม่วน) จะก่อให้เกิดกิจกรรมทางการค้า เพิ่มรายได้ และลงทุนให้แก่ สปป.ลาว เพิ่มมากขึ้น

         อีกทั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ จัดว่าเป็นโครงการการลงทุนขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 โครงการ ที่ดำเนินการในปี 2553 ซึ่งจะมีผลต่อการจ้างแรงงาน เพิ่มรายได้ การใช้วัสดุก่อสร้าง และเสบียงอาหาร ได้แก่

–  โครงการ “หงสาลิกไนต์”  ผลิตไฟฟ้าจากลิกไนต์ 1,878 เมหะวัตต์ มูลค่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีธุรกิจไทย บจ.บ้านปุเพาเวอร์ ร่วมกับ บจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรี เข้าไปลงทุน ที่เมืองหงสา แขวงไชยะบุรี

–  โครงการ “เขตเศรษฐกิจครบวงจร” ตั้งอยู่ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรับ มีธุรกิจจีนเข้าไปลงทุน คือ “กลุ่มดอกงิ้วคำ” เป็นศูนย์การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และการเกษตรกรรมในอาเซียน

–  โครงการสนามกอล์ฟ ที่บ้านดงโพสี นครเวียงจันทร์ และโครงการเหมืองแร่ที่แขวนอัดตะปือ มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีธุรกิจเวียดนาม ของ “กลุ่มเลวันเดียม” เข้าไปลงทุนแล้ว

        ความน่าสนใจของ สปป.ลาว อยู่ที่จำนวนประชากรราว 6.58 ล้านคน โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 236,800 ตารางกิโลเมตร เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทย GDP อยู่ที่ 8.48 พันล้าน USD ทั้งนี้มีอุตสาหกรรมหลักคือ โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องนุ่งห่ม ทรัพย์กรสำคัญได้แก่ ไม้ ข้าวโพด ถ่านหิน ทองคำ แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า และเส้นเขตแดน 1,810 กิโลเมตร (ทางบก 702 กม. ทางน้ำ 1,108 กม.)

วิเคราะห์จุดอ่อน – จุดแข็ง

จุดแข็งของสปป.ลาว คือมีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย อุดมสมบรูณ์ โดยเฉพาะน้ำ และแร่ธาตุต่าง ๆ ด้านการเมืองถือได้ว่ามีความเสถียรภาพ และค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 2.06 ดอลล่าร์ต่อวัน หรือประมาณวันละ 61 บาท

ส่วนจุดอ่อนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร พื้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูงและภูเขา การคมนาคมไม่สะดวกไม่มีทางออกสู่ทะเล

        ประเด็นที่น่าสนใจคือ การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และเหมืองแร่  โดยโอกาสทางการค้าของไทยใน สปป.ลาว แบ่งได้เป็น 10 ข้อดังนี้

1.  ระบบการเมืองของสปป.ลาวมีเสถียรภาพ เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่กันอย่างสงบสุขที่สุด มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินสูง

2.  ทรัพยากรหลากหลาย และอุดมสมบรูณ์ (เป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ) ทั้งแหล่งน้ำ และแร่ธาตุมากมาย

3.  จากประเทศ Land Lock สู่ Land Link

– ระเบียงเศรษฐกิจ EWEC (East-West Economic Corridor) ผ่านเมียนม่าร์ ไทย ลาว เวียดนาม (เส้นทางหมายเลข 9 / ในลาว 245 กม./ในเวียดนาม 255 กม.)

– ระเบียงเศรษฐกิจ NSEC (Noeth-South Economic Corridor) ผ่านไทย ลาว และจีน เรียกว่า เส้นทาง R3a หรือ R3e ในลาวระยะ 228 กม.

– เส้นทางหมายเลข 13 เหนือ – ใต้ ได้แก่ จีน ลาว และ กัมพูชา

4.  อยู่ท่ามกลางประเทศเศรษฐกิจดาวรุ่ง โดยทางเหนือติดกับจีน ทางตะวันตกติดกับไทย ทางตะวันออกเป็น เวียดนาม และทางใต้ติดกับ กัมพูชา ทั้งนี้ตลาดในแนวตะเข็บชายแดน มีประชากรไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน ประชากรลาว 6,058 ล้านคน ผลิตสินค้าขายไปยังตลาด 200 ล้านคน ภายใน 5 ปี สามารถฟื้นฟูประเทศได้ หากมีระบบการจัดการที่ดี นอกจากนี้ประชากรลาว ยังมีความรู้หลายภาษา ได้แก่ ฝรั่ง รัสเซีย จีน เวียดนาม และไทย สามารถใช้ประโยชน์ในการแสวงหาตลาดได้หลายประเทศ

5.  สปป.ลาว เป็นสะพานเชื่อม อินโดจีน (Land Bridge) เพื่อก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC : ASEAN Economic Community) ในปี 2015

6.  แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำที่สำคัญในเอเซีย (Battery of Asia) ภายในปี 2563

–  ในขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 10 เขื่อน

–  ยังอยู่ในระหว่างการสำรวจ / ศึกษาความเป็นไปได้อีก 79 เขื่อน

7. การได้รับประโยชน์สิทธิด้านภาษี

–  เขตการค้าเสรีอาเซียน

–  สิทธิพิเศษด้านศุลกากรแก่ประเทศสมาชิกใหม่ อาเซียน (AISP)

–  สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) จาก 35 ประเทศ

–  โครงการ Contract Farming ภายใต้ ACMECS

–  สหรัฐมอบสถานะ NTR ให้ สปป.ลาว (ลดภาษนำเข้าจาก 45% เหลือ 2.4%)

8.  ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ

– น้ำ ไฟฟ้า อุดมสมบรูณ์ มีราคาถูก

– ค่าแรงไม่แพง (ค่าแรงขั้นต่ำ 30 ดอลล่าร์/เดือน)

9.  มี 49 ชนเผ่า ส่งผลให้มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว

10. สังคมเครือญาติ

– วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน

– ภาษาที่ไม่ต้องใช้ล่ามแปล

– ประชาชนมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน

        ในด้านปัญหาลอุปสรรค์ทางการค้า ผู้ส่งออกสินค้าของไทยไป สปป.ลาว ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าชายแดน ขาดความเป็นนักการตลาดเชิงรุกมืออาชีพ อีกทั้งราคาสินค้าไทยมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง คือจีนและเวียดนาม รวมถึงมีการลักลอบการค้าตามแนวชายแดน ทำให้สินค้าไทยเข้าไปแข่งขันกันเองในตลาด สปป.ลาว และสินค้าไทยถูกปลอมแปลง และลอกเลียนแบบจากประเทศคู่แข่งมากพอสมควร