การใช้จ่ายภาครัฐที่อ่อนแอเพิ่มความเสี่ยงต่อศก.ฟิลิปปินส์


ฟิลิปปินส์ขาดดุลงบประมาณต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ในไตรมาสแรกของปีนี้  เนื่องจากรัฐบาลใช้จ่ายเงินน้อยกว่าที่วางแผน ส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตของประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์คาดว่าจะใช้ง่ายเงินสูงขึ้นในปีนี้เพื่อกระตุ้นกิจกรรมเศรษฐกิจ หลังจากเรื่องอื้อฉาวในการใช้จ่ายในปี 2557 ได้ดึงกลับการลงทุนภาครัฐและทำให้การเติบโตชะลอตัว โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ใช้จ่ายเงินน้อยกว่าที่โปรแกรมไว้ 13% ในไตรมาสแรก ส่งผลทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ 33,500 ล้านเปโซ หรือ 751 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าอย่างมากจากเป้าหมายระยะห่างทางการคลัง 98,100 ล้านเปโซในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ นอกจากนั้น รายได้ 470,500 ล้านเปโซก็น้อยกว่าเป้าหมายรายได้ 484,100 ล้านเปโซ

นาย Emilio Neri นักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ ออฟ ฟิลิปปินส์ ไอร์แลนด์ กล่าวว่า น่าผิดหวังเล็กน้อยเนื่องจากรัฐบาลสามารถที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจเร่งเครื่องได้ในไตรมาสแรก และมันแน่ชัดว่าจะเป็นแหล่งที่ฉุดรั้งในด้านรายจ่ายของบัญชีประชาชาติ แต่ก็สามารถที่จะพัฒนาขึ้นให้สมดุลในปีนี้

นักเศรษฐศาสตร์บางรายคาดว่าจีดีพีของฟิลิปปินส์จะชะลอตัวในไตรมาสแรก เปรียบเทียบกับการเติบโต 6.9% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ฟิลิปปินส์เป็นเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชีย รองจากประเทศจีน 

นาย Neri กล่าวว่า ฟิลิปปินส์สามารถเติบโต 6% หรือสูงกว่าในไตรมาสแรก อย่างน้อยในแง่ของซัพพลายไซด์, เรายังเชื่อว่าการคาดการณ์การเติบโตทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 6.5% แม้เราจะเห็นการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งนี้ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าการเติบโตที่ 7-8% ในปีนี้ หลังจากจีดีพีขยายตัว 6.1% ในปี 2557

รัฐบาลฟิลิปปินส์ กล่าวในเดือนเมษายนว่า วางแผนจะใช้เงินอย่างน้อย 160,000 ล้านเปโซของเงินที่ยังไม่ได้ใช้จากงบประมาณปี 2557 เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตในปีนี้ โดยนายเบนิโย อาควิโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์มีงบประมาณ 2.6 ล้านล้านเปโซในปีนี้ เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว 

ธนาคารโลก กล่าวในเดือนมกราคมว่า ฟิลิปปินส์สามารถเติบโตได้สูงกว่าการคาดการณ์ 6.5% หากรัฐบาลสามารถใช้ง่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่ได้วางแผนไว้และเร่งการปฏิรูป 

เครดิตภาพจาก http://www.bcbusiness.ca/