เงินเฟ้ออินโดนีเซียเดือนพ.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน


เงินเฟ้ออินโดนีเซียเดือนพฤษภาคมพุ่งสูงสุดในรอบปีนี้ ซึ่งน่าจะเพิ่มความลังเลของธนาคารกลางในการลดดอกเบี้ย

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักงานสถิติ กล่าวว่า เงินเฟ้อทั่วไปรายปีในเดือนที่แล้วอยู่ที่ 7.15% ซึ่งหลักๆเกิดจากราคาอาหาร, บุหรี่และไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้าเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิม อัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมได้เพิ่มเร็วที่สุดตั้งแต่การเพิ่มขึ้น 8.36% ในเดือนธันวาคม หลังจากได้มีการเพิ่มราคาพลังงานในช่วงเดือนก่อนหน้า 

โพลของรอยเตอร์ คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมจะอยู่ที่ 7% โดยเงินเฟ้อในเดือนเมษายนอยู่ที่ 6.79% ทั้งนี้เงินเฟ้อในอินโดนีเซียอยู่ในระดับที่สูงกว่าประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสิงคโปร์, ไทย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์มีอัตราเงินเฟ้อประมาณ -1% และ +2.2%

ในเดือนพฤษภาคม เงินเฟ้อพื้นฐานรายปี ซึ่งไม่นับรวมราคาสินค้าและบริการที่กำหนดโดยรัฐบาล (administered price) และราคาอาหารที่ผันผวน อยู่ที่ 5.04% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนเมษายน, ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพฤษภาคมจากเดือนก่อน นาย Suryamin หัวหน้าสำนักงานสถิติ กล่าวว่า สำหรับรอมฎอน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต้องถูกตรึงไว้ โดยเฉพาะข้าว ในปัจจุบันทุกภูมิภาคมีทีมที่ทำหน้าที่ควบคุมเงินเฟ้อ ทุกภูมิภาคต้องทำการควบคุมเงินเฟ้อ โดยรอมฎอนจะเริ่มขึ้นในอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน 

นาย Suryamin ได้แนะนำให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการขึ้นราคาพลังงานในเดือนมิถุนายน โดยในปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซียได้ปรับราคาพลังงานทุกเดือน ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างจากอดีต หลังจากที่นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้ยกเลิกเกือบทั้งหมดของการอุดหนุนราคาพลังงานในปลายปี 2557 

แบงก์ อินโดนีเซียได้คาดการณ์ถึงเงินเฟ้อรายปีว่าจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปกติราคาสินค้าจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะดีมานด์ได้เพิ่มขึ้น ธนาคารกลางได้คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะลดลงในช่วงปลายปีกลับมาอยู่ในเป้าหมาย 3-5% ของธนาคารกลาง

เครดิตภาพจาก www.weeklytimesnow.com.au