ธนาคารกลางอินเดียลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี


ในวันนี้ธนาคารกลางอินเดียลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ดูจะขัดแย้งกับข้อมูลที่ชี้ว่าเศรษฐกิจอินเดียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% (key repo rate) เหลือ 7.25% หลังจากได้ทำการลดดอกเบี้ยในจำนวนเดียวกันในเดือนมกราคมและมีนาคม โดยการตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ทำการสำรวจโดยรอยเตอร์ โดยจากนักเศรษฐศาสตร์ 48 คน, 35 คนคาดว่าธนาคารกลางอินเดียจะลดดอกเบี้ยลง 0.25%

นายรากูราม ราจัน ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย กล่าวว่า นโยบายการเงินจะยังคงต้องจับตาดูข้อมูล และกล่าวเตือนว่าฤดูมรสุมที่ต่ำกว่าปกติ, ราคาน้ำดับดิบโลก และความเสี่ยงจากเซ็คเตอร์ภายนอกได้สร้างภัยคุกคามต่อเงินเฟ้อ โดยธนาคารกลางอินเดียได้คาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 6% ภายในเดือนมกราคมปี 2559

นาย Shilan Shah นักเศรษฐศาสตร์อินเดียจากแคปิตอล อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า การตัดสินใจในวันนี้ของธนาคารกลางอินเดียที่ทำการลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามในรอบปีไม่น่าที่จะเป็นครั้งสุดท้ายในวงจรผ่อนคลายการเงินในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางอินเดียไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจในการไปให้ถึงเป้าหมายเงินเฟ้อในระยะกลาง โดยได้คาดการณ์การลดดอกเบี้ย 0.25% อีกเพียงครั้งเดียวในวงจรนี้ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 7%

นายราจัน กล่าวย้ำว่า รัฐบาลควรหลีกเลี่ยงการมอบภาระให้ธนาคารกลางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ (slow recovery) โดยตัวเลขจีดีพีที่ออกมาสัปดาห์ที่แล้วแสดงว่า เศรษฐกิจอินเดียขยายตัว 7.5% ในไตรมาสแรกเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงมีความกังวลถึงวิธีใหม่ที่รัฐบาลใช้ในการคำนวณข้อมูลการเติบโต และการที่ตัวเลขการเติบโตที่ดูสดใสขัดแย้งกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจในภาพรวม 

ก่อนหน้านี้ นาย Pranjul Bhandari หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อินเดียของธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ประมาณ 60% ของจีดีพีอินเดียยังอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก โดยภาคการผลิต, เกษตรกรรม, การก่อสร้าง, ธนาคาร และบริการสาธารณะ ยังไม่แสดงสัญญาณการฟื้นตัว ทางด้านฝั่งรายจ่าย, การบริโภคในชนบท, การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออก ก็ยังคงซบเซา  แม้ว่าการฟื้นตัวจะถูกมองเห็นในอีก 40% ที่เหลือของจีดีพี ซึ่งรวมไปเซ็คเตอร์การผลิต, การค้าและการขนส่ง แต่อัตราความเร็วในการฟื้นตัวก็ยังคงช้ามาก

เครดิตภาพจาก http://www.thenational.ae/