สัมภาษณ์พิเศษนาย Sochivin Hang ที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์กัมพูชาประจำประเทศไทย (Commercial Counselor) มองบทบาทความสัมพันธ์การค้าสองประเทศ, เขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา, โอกาสการลงทุนในกัมพูชา ฯลฯ
-มองความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัมพูชาและประเทศไทยอย่างไร
ในปี 2014 มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์ มูลค่าจากส่งออกจากไทยไปกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 4.6 พันล้านดอลลาร์ และกัมพูชาส่งออกมาไทย มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ยังคงมีโอกาสที่ดีสำหรับการขยายธุรกิจในกัมพูชา และการส่งออก ไม่ใช่แค่ส่งออกมาสู่ประเทศไทย กัมพูชาเป็นสถานที่ที่ดีในการผลิตสินค้า และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เนื่องจากกัมพูชามีสิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาด (preferential market) หมายความว่า ภาษีที่ลดลงในประเทศจุดหมายที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เราเรียกว่า GSP schemes (Generalized System of Preferences)
เช่นในยุโรป เรามี EBA schemes (Everything but Arms) หมายความว่า ถ้าคุณผลิตสินค้าในกัมพูชา และส่งออกไปยุโรป คุณก็สามารถส่งออกไปได้โดยไม่มีภาษีนำเข้า เปรียบเทียบกับการผลิตสินค้าในประเทศอื่น ต้นทุนอาจจะเพิ่มขึ้น เพราะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีที่ต้องจ่าย ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่จะลงทุนในกัมพูชา และส่งออกไปยังประเทศเหล่านั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าบางอุตสาหกรรมได้ย้ายมาสู่กัมพูชา เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ, อุตสาหกรรมรองเท้า และในปัจจุบันก็มีการแปรรูปอาหารเพิ่มมากขึ้น อีกเซ็คเตอร์หนึ่งก็คือ การแปรรูปสินค้าเกษตร
กลับมาที่ไทยและกัมพูชา ทั้ง 2 ประเทศต้องการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 30% ทุกปี เป็นโอกาสดีสำหรับเอสเอ็มอีและผู้มาใหม่ (new comer) ที่สามารถมาแสวงหาโอกาส เราสามารถผสมรวมโอกาสที่ดี เช่น เอสเอ็มอีในประเทศไทยมีความก้าวหน้ากว่า (more advance) ในด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการผลิต ไทยมีแรงงานฝีมือดีกว่า (skilled labor) ในกัมพูชามีสิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาด, มีแรงงานราคาถูกกว่าในไทย เราสามารถผสมรวมจุดแข็งนี้และแสวงหาโอกาสธุรกิจ
-มองว่าแผนของไทยในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงชายแดนไทย-กัมพูชา จะอำนวยความสะดวกการค้าระหว่าง 2 ประเทศอย่างไร
เนื่องจากภูมิประเทศของทั้งสองประเทศมีชายแดนติดกันยาว เราได้มีโมเดลเขตเศรษฐกิจพิเศษในฝั่งกัมพูชาแล้วตรงจุดตรวจบริเวณชายแดนในปอยเปต (อรัญประเทศ), เกาะกง (ตราด), ไพลิน (จันทบุรี) เราได้ตระหนักถึงนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการจะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงชายแดนไทย-กัมพูชา แห่งหนึ่งอยู่ที่สระแก้วในอรัญประเทศ อีกแห่งอยู่ที่ตราด ถ้าคอนเซปต์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงชายแดน 2 ประเทศสามารถจะส่งมอบผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit) แบ่งปันผลประโยชน์ระหว่าง 2 ประเทศ และแสวงหาโอกาสร่วมกัน ผมคิดว่าเราจะมีการบรรลุผลที่ดีสำหรับนโยบายดังกล่าว
ทางฝั่งไทยได้มีการวางแผนกิจกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐาน ทางรถไฟที่จะเชื่อมมายังพื้นที่ ซึ่งจะเป็นโลจิสติกส์ที่จะช่วยให้เขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมไปยังตลาดใหญ่ในไทยหรือต่างประเทศผ่านท่าเรือหรือสนามบิน
กัมพูชาและไทยคิดว่าจะสร้างจุดตรวจใหม่ (new checkpoint) แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ในปัจจุบันมีการแออัดอย่างมากสำหรับจุดตรวจที่มีอยู่ โดยจุดตรวจใหม่จะรองรับรถบรรทุกหนักที่จะขนส่ง (heavy truck, lorry)
-มีความกังวลในเรื่องใดบ้างสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้น
กัมพูชาได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่แล้ว เนื่องจากมีอุปสรรคบางอย่าง เช่น ต้นทุนค่าไฟสูงในกัมพูชา ทางฝั่งไทยก็มีการโซนนิ่งบางพื้นที่ของอรัญประเทศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เมื่อทั้งสองประเทศต้องการทำให้มันยั่งยืนในการพัฒนาตรงบริเวณชายแดน โซลูชั่นที่ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-Win Solution) ในพื้นที่จะเป็นโอกาสที่ดีในการทำงานร่วมกันและทำให้มันเกิดขึ้นในระยะยาวอย่างยั่งยืน
เราได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน (Joint Committee) และยังมีการเจรจากันอยู่ทั้งสองฝั่ง เราต้องการเห็นการพัฒนาทั้งในฝั่งกัมพูชาและไทย
เรามีสิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาด ซึ่งคุณต้องผลิตสินค้าในกัมพูชา เราอาจจะอยากให้แรงงานกัมพูชาทำงานในฝั่งกัมพูชา พวกเขาจะได้มีโอกาสในการพบกับครอบครัว เราต้องการบอกว่า Win-Win Solution ในคอนเซปต์เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะพัฒนาบริเวณชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย
ถ้าคุณวางจุดแข็งของทั้ง 2 ประเทศลงบนโต๊ะ จะเห็นว่าจะมีความร่วมมือกันในคอนเซปต์นี้อย่างไรในการทำให้เป็นจริง เช่น ในฝั่งไทยบริเวณชายแดน มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีในแง่ของโลจิสติกส์ ดังนั้นการผลิตบริเวณใกล้ชายแดนหรือในฝั่งกัมพูชา และใช้โลจิสติกส์ชองไทย และไปสู่ตลาดต่างประเทศที่ให้สิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาดสำหรับกัมพูชา
-โอกาสการลงทุนในกัมพูชา
ถ้านักลงทุนหรือนักธุรกิจต่างชาติต้องการลงทุนในกัมพูชา พวกเขาสามารถลงทุนได้ 100% ด้วยตัวเอง มีเพียงบางอุตสาหกรรมเท่านั้นที่มีข้อห้าม (restrict) เช่น เหมือง แต่แทบทั้งหมดได้เปิดให้ลงทุน รวมถึงอุตสาหกรรมบริการ (service industry) แต่อีกโมเดลก็คือการร่วมมือกับผู้ประกอบการชาวกัมพูชา ซึ่งเรียกว่าพาร์ทเนอร์ การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ จะทำให้นักลงทุนแสวงหาโอกาสได้เพิ่มขึ้น
-กลยุทธ์ในการกระชับความสัมพันธ์การค้าระหว่าง 2 ประเทศ
การที่ทั้ง 2 ประเทศมีสันติภาพ (peace) ร่วมกัน ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทำให้ชุมชนธุรกิจขยายกิจการ ถ้ามีเสถียรภาพ มีเสถียรภาพทางการเมือง และมีสันติภาพตามแนวชายแดนทั้ง 2 ประเทศ การค้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ