ตลาดหุ้นเอเชียระมัดระวัง หลังกรีซผิดนัดชำระหนี้


ตลาดหุ้นเอเชียอยู่ในท่าทีระมัดระวังในวันนี้ หลังจากกรีซกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วชาติแรกที่ผิดนัดชำระหนี้กับไอเอ็มเอฟ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า แม้ว่าการผิดนัดชำระหนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่ายินดีสำหรับกรีซ แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจสำหรับนักลงทุน หลังจากหลายสัปดาห์แห่งการเจรจาและหยุดเจรจา และเงินยูโรลดลงเล็กน้อยสู่ 1.1136 ดอลลาร์, ตลาดหุ้นนิเคอิของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยวันที่สอง โดยตลาดหุ้นนิเคอิมีเสถียรภาพหลังจากร่วงหนักในวันจันทร์จากวิกฤติหนี้กรีซ

นายโยชิดะ ซูงะ (Yoshihide Suga) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในวันพุธตอนเช้าว่า ตั้งแต่มีประเด็นวิกฤติหนี้กรีซ รัฐบาลญี่ปุ่นได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล รัฐบาลได้ประสานกับแบงก์ ออฟ เจแปน และดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ตลาดหุ้นนิเคอิเปิดการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 20,291.05

ในขณะที่ตลาดหุ้นในเกาหลีใต้ เปิดตลาดเช้าวันพุธปรับตัวสูงขึ้น หลังจากมีการไล่ซื้อหุ้นราคาถูก (bargain-hunting) อย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการขายอย่างหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (ดัชนี KOSPI) เพิ่มสูงขึ้น 0.5% สู่ 2084.42 จุด

สำหรับตลาดหุ้นจีนเริ่มต้นด้วยความไม่ปกติ (erratic) โดยดิ่งลงก่อนที่จะกลับขึ้นมาคงที่ (flat) ดัชนี CSI300 ปรับตัวลดลง 0.3 ขณะที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ลดลง 0.6% ดัชนีทั้งสองพุ่งสูงขึ้นในวันอังคาร เนื่องจากความพยายามของจีนที่จะหยุดการขายในเร็วๆนี้เริ่มได้ผล โดยผลรวมของการลดดอกเบี้ย, การอนุญาติให้กองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาลท้องถิ่นซื้อหุ้น และการพูดคุยหลังฉาก window guidance สำหรับนักลงทุนสถาบัน ได้ช่วยสร้างความสงบให้ตลาดหุ้นที่ผันผวน

ทั้งนี้ มีปฏิกิริยาในทันทีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อไอเอ็มเอฟยืนยันว่า กรีซผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งสเต็ปที่เข้าใกล้การที่กรีซจะออกจากยูโรโซน โดยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังยุโรปจะหารือในวันพุธเกี่ยวกับคำขอของนายอเล็กซิส ซีปราส นายกรัฐมนตรีของกรีซ ซึ่งต้องการเงินกู้ใหม่อายุ 2 ปี เพื่อจ่ายหนี้ที่คิดเป็นเกือบ 3 หมื่นล้านยูโร โดยนักลงทุนยังยึดความหวังว่า จะมีดีลที่ลุล่วงในช่วงข้างหน้าเพื่อทำให้กรีซยังอยู่ในยูโรโซน ทำให้ตลาดเงินยังค่อนข้างอยู่ในกรอบ (range bound)

เครดิตภาพจาก www.theguardian.com